คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความตกลงท้ากันให้ศาลวินิจฉัยถึงที่สุดในประเด็นข้อพิพาทใดประเด็นหนึ่ง หากศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นนั้นตามที่คู่ความตกลงไว้ ย่อมไม่ถือเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้วตามคำท้านั้่น
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยตกลงท้ากันให้ศาลถือเอาวินิจฉัยถึงที่สุดในคดีอาญาว่า จำเลยได้ชำระเงินค่าหุ้นที่ยังค้างอยู่แก่บริษัทโจทก์แล้วหรือไม่ประเด็นข้อแพ้ชนะของคดีโดยโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน โจทก์ฎีกาเพียงว่า คดีอาญานั้นศาลได้วินิจฉัยถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยยังค้างชำระเงินค่าหุ้นโจทก์ ข้อเท็จจริงสมคำท้าของโจทก์ แต่ปรากฏว่าคำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดโดยศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่คู่ความตกลงท้ากัน จึงมิใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงสมคำท้าของโจทก์ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปในเรื่องหน้าที่นำสืบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จำเลยค้างชำระเงินค่าหุ้นจำนวน ๑๐๑,๔๓๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตาม ๑๐๑,๔๓๐ บาทแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า จำเลยได้ชำระเงินค่าหุ้นให้แก่บริษัทโจทก์จนเต็มมูลค่าทั้งหมดแล้ว
ก่อนสืบพยานโจทก์ คู่ความตกลงท้ากันว่า ประเด็นในคดีนี้มีมูลกรณีเกี่ยวพันกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๘๒/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดสงขลา ให้ศาลรอฟังข้อเท็จจริงในคดีอาญานั้นก่อน ถ้าคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุด ศาลวินิจฉัยว่า จำเลยชำระค่าหุ้นเป็นเงิน ๑๐๑,๔๓๐ บาทให้โจทก์แล้ว โจทก์ยอมแพ้คดี หากศาลวินิจฉัยถึงที่สุดว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระคาหุ้นดังกล่าวให้โจทก์ จำเลยยอมแพ้คดี ศาลชั้นต้นอนุญาตตามที่คู่ความท้ากัน ต่อมาโจทก์จำเลยแถลงว่า คำพิพากษาคดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีตามข้อตกลงที่คู่ความท้ากัน โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยานต่อไป
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์จำเลยต่างตกลงท้าท้ากันให้ศาลถือเอาวินิจฉัยถึงที่สุดในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๘๒/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดสงขลาว่า จำเลยได้ชำระเงินค่าหุ้นที่ยังค้างอยู่แก่บริษัทโจทก์แล้วหรือไม่ประเด็นข้อแพ้ชนะของคดีโดยโจทก์จำเลยไม่สืบพยาน โจทก์ฎีกาว่า คดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๘๒/๒๕๑๓ ของศาลจังหวัดสงขลา ศาลได้วินิจฉัยถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยยังค้างชำระเงินค่าหุ้นบริษัทโจทก์ ข้อเท็จจริงสมคำท้าของโจทก์ ฝ่ายโจทก์ โจทก์ควรชนะคดี แต่ปรากฏว่าคำพิพากษาคดีอาญาถึงที่สุดโดยศาลมิได้วินิจฉัยในประเด็นที่คู่ความตกลงท้ากัน จึงมิใช่เป็นเรื่องข้อเท็จจริงสมคำท้าของฝ่ายโจทก์ดังที่โจทก์ฎีกา คดีไม่จำต้องวินิจฉัยต่อไปในเรื่องหน้าที่นำสืบ เพราะโจทก์มิได้ฎีกาโต้เถียง
พิพากษายืน
(สมชัย ทรัพยณิช สนับ คัมภีรยส สุธี ชอบธรรม)
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2518
บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด โจทก์
นายอุดม โพธิสาโร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทโพธิ์ทองขนส่ง (2505) จำกัด · จำเลย - นายอุดม โพธิสาโร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายอุทัย ไกรทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเฟื่องขจิต รัศมิภูมิ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา