คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่ากระทำความผิดอาญาฐานลักทรัพย์ ต้องระบุสถานที่เกิดเหตุพอสมควรให้จำเลยเข้าใจได้ว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด ณ สถานที่ใด มิฉะนั้นเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันลักเอาเงินสดจำนวน 1,000 บาท ของส.ไปโดยทุจริตโดยใช้กุญแจปลอมไขลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินแล้วลักเอาทรัพย์ดังกล่าวไป แต่มิได้ระบุสถานที่เกิดเหตุหรือรายละเอียดที่เกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ พอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ว่าถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ณ สถานที่แห่งใด ย่อมเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันลักเอาเงินสดจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ของนายสมไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้กุญแจปลอมไขลิ้นโต๊ะเก็บเงินแล้วลักเอาทรัพย์ดังกล่าวไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕(๗) และให้จำเลยคืนหรือชี้เงิน ๑,๐๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๗) จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๑ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑,๐๐๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ขอให้ลงโทษสถานเบา และว่าฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุสถานที่เกิดเหตุ เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) พิพากษายกฟ้อง
โจทก์ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาตามที่โจทก์ขอ จึงให้งด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกันลักเอาเงินสดจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ของนายสมไปโดยทุจริตโดยใช้กุญแจปลอมไขลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินแล้วลักเอาทรัพย์ดังกล่าวไป แต่มิได้ระบุสถานที่เกิดเหตุหรือรายละเอียดที่เกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ พอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ว่าถูกกล่าวหาว่าลักทรัพย์ ณ สถานที่แห่งใด ย่อมเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕)
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1052/2519
พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายสมเกียรติ นุ้ยเมือง กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานี · ล. - นายสมเกียรติ นุ้ยเมือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายผล แดงดี · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา