⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 108/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน ไม่ถือเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนตามกฎหมาย และทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนหรือที่ได้มาโดยมิใช่การทำมาหาได้ร่วมกัน ไม่ถือเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภริยากับ ท. แต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์มีสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทองคำติดตัวมาแต่ได้ขายเป็นทุนทำกินร่วมกับ พ. ทั้งหมด ส่วน พ. มีที่นา 1 แปลง โจทก์ได้ทำกินร่วมกับ พ. โจทก์กับ พ. จึงเป็นหุ้นส่วนกัน ต่อมา พ. ตาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในที่ดินกึ่งหนึ่ง ดังนี้ แม้โจทก์จะมีทรัพย์ติดตัวมาด้วยเมื่อมาอยู่กับ พ. ก็ตาม แต่เมื่อนาพิพาทมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่กินกับ พ. ที่พิพาทจึงมิใช่ผลประโยชน์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างโจทก์กับ พ. อันจะถือได้ว่ามีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และการอยู่กินกันฉันสามีภรรยาระหว่างโจทก์กับ พ. ตามที่บรรยายมาในฟ้องก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นสัญญาเข้าหุ้นส่วนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012 โจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาทรายนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1012 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1356

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์แต่งงานอยู่กินเป็นสามีภริยากับนายพรสุวรรณ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์มีสร้อยคอทองคำหนัก ๒ บาท สร้อยข้อมือทองคำ ๒ เส้น หนักเส้นละ ๒ สลึงติดตัวมา ทรัพย์เหล่านี้เมื่อโจทก์มาอยู่กินกับนายพรสุวรรณได้ขายเป็นทุนทำกินร่วมกับนายพรสุวรรณทั้งหมด ส่วนนายพรสุวรรณมีนา ๑ แปลง เนื้อที่ ๒๔ ไร่ ๒ งาน โจทก์กับนายพรสุวรรณจึงเป็นหุ้นส่วนกัน ต่อมานายพรสุวรรณตาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในที่ดินดังกล่าวกึ่งหนึ่ง แต่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นน้องผู้ตายกลับใส่ชื่อจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ซึ่งเป็นหลานผู้ตายลงในโฉนดที่ดินดังกล่าว ไม่ให้โจทก์ได้รับส่วนแบ่งด้วย ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินโฉนดดังกล่าวกึ่งหนึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสามแบ่งแยกให้โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ไม่มีทรัพย์มาร่วมหุ้นทำกินกับนายพรสุวรรณ ที่ดินเป็นของนายพรสุวรรณตั้งแต่ก่อนโจทก์จะมาอาศัยอยู่ด้วย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาส่วนแบ่ง ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากคำบรรยายฟ้องของโจทก์ได้ความว่า โจทก์มิได้เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายพรสุวรรณผู้ตาย เพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และนายพรสุวรรณมีที่นารายพิพาทมาก่อนอยู่กินกับโจทก์แล้ว ถึงแม้โจทก์จะมีทรัพย์สินติดตัวมาด้วยเมื่อมาอยู่กับนายพรสุวรรณก็ตาม แต่เมื่อที่นาพิพาทมิใช่ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างโจทก์อยู่กินกับนายพรสุวรรณ ที่พิพาทจึงไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างโจทก์กับนายพรสุวรรณ อันจะถือได้ว่าโจทก์และนายพรสุวรรณมีกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และการอยู่กินกันฉันสามีภรรยาระหว่างโจทก์กับนายพรสุวรรณตามที่โจทก์บรรยายฟ้องยังถือไม่ได้ว่าเป็นสัญญาซึ่งโจทก์กับนายพรสุวรรณตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้นตามลักษณะของสัญญาเข้าหุ้นส่วนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๑๒ โจทก์จึงไม่มีสิทธิในที่ดินรายพิพาทที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้งดสืบพยานและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2519 นางชุ้น แก้วน้อย โจทก์ นายอ่อน แก้วน้อย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชุ้น แก้วน้อย · ล. - นายอ่อน แก้วน้อย ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิสัณห์ ลีตเวทย์ · บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายประสงค์ อิฐรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2617/2524ฎีกา 522/2473ฎีกา 536/2526ฎีกา 9692/2552ฎีกา 2624/2551ฎีกา 632/2491ฎีกา 2389/2540ฎีกา 1462/2565ฎีกา 5523/2536ฎีกา 3740-3741/2542ฎีกา 1864/2518ฎีกา 1342/2509ฎีกา 9577/2552ฎีกา 314/2510ฎีกา 2355/2548ฎีกา 12518/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1766-1767/2492ฎีกา 643/2497ฎีกา 669/2491ฎีกา 533/2511ฎีกา 5438/2537ฎีกา 293-294/2494ฎีกา 5050/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา