คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้เสียหายจากการละเมิดไปก่อนโดยไม่มีกฎหมายให้อำนาจ หรือโดยที่ตนเองไม่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหาย ย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้กระทำละเมิดชดใช้ค่ารักษาพยาบาลนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยขับเรือโดยประมาทชนเรือโดยสารของโจทก์ เป็นเหตุให้ผู้โดยสารในเรือของโจทก์บาดเจ็บ ค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ได้จ่ายไปในทางรักษาพยาบาลผู้โดยสารดังกล่าว โจทก์หาสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ไม่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่ผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียกร้องเอาจากผู้ละเมิดได้ และไม่เป็นการรับช่วงสิทธิตามกฎหมาย ทั้งกรณีไม่ใช่เรื่องที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อผู้โดยสารตามความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการรับขนคนโดยสาร
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือยนต์ อ.ย. มิตรบ้านแพน ๑๐ จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมเรือยนต์(นายท้าย) ก.ท. สุรพงษ์บริการ ๓ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๑๓ เวลากลางวัน จำเลยที่ ๑ ขับเรือยนต์ดังกล่าวด้วยความเร็วสูง ไม่ดูทางข้างหน้าว่าจะปลอดภัยหรือไม่ เป็นเหตุให้ชนเรือยนต์ อ.ย. มิตรบ้านแพน ๑๐ ของโจทก์ จนทะลุและจมลง ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ โจทก์ได้รับความเสียหายค่ากู้เรือ ค่าลากจูง และซ่อมแซมเรือ เงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ค่าขาดรายได้ในระหว่างซ่อมเรือและค่าเสื่อมราคาเรือ รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น ๑๔๒,๙๐๐ บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามชดใช้พร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของเรือยนต์ อ.ย.มิตร บ้านแพน ๑๐ จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และมิได้ขับเรือยนต์โดยประมาท ค่าเสียหายไม่ถึงตามโจทก์ฟ้อง ค่าบาดเจ็บที่จ่ายแก่ผู้โดยสาร โจทก์เรียกรองไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาพิพากษากับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๙๐๐๓,๙๔๓๓/๒๕๑๓ เฉพาะเกี่ยวกับคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๑,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓
โจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๑ที่ ๒ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๗๑,๐๐๐ บาท
โจทก์ จำเลยที่ ๑ที่ ๒ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า จำเลยเป็นฝ่ายประมาท จำเลยที่ ๑ กับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ ๑ต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนปัญหาที่คู่ความฎีกา ฟังว่า โจทก์เป็นเจ้าของเรือ อ.ย.มิตรบ้านแพน ๑๐ และกำหนดค่าซ่อมเรือให้ ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าขาดรายได้ระหว่างซ่อมเรือ วันละ ๖๐ บาท ส่วนค่าเสื่อมราคาเนื่องจากการซ่อมเรือส่วนใหญ่รื้อตัวเรือออกแล้วทำใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้าใหม่แสดงว่าเป็นการซ่อมใหญ่ และเมื่อซ่อมเสร็จแล้ว ให้นายท้ายทดลองขับดู ปรากฏว่าสภาพดีกว่าเดิม จึงไม่ให้ค่าเสื่อมราคา
สำหรับค่ารักษาพยาบาลนั้นเห็นว่า เงินค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์เรียกร้อง แม้จะฟังว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในทางรักษาพยาบาลผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ แต่โจทก์ก็หามีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ไม่ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้สิทธิแก่ผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลเรียกร้องเอาจากผู้ทำละเมิดได้ และไม่เป็นการรับช่วงสิทธิตามกฎหมาย ทั้งกรณีไม่ใช่เรื่องที่โจทก์จะต้องรับผิดต่อผู้โดยสาร ตามความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการรับขนคนโดยสาร ดังฎีกาของโจทก์
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นต้น ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๕๖,๖๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1094/2519
นายบัว สีสดงาม โจทก์
นายเสงี่ยม กาญจนฉวี ที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. พงษ์พาณิชย์ ที่ 2 องค์การรับ
ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ที่ 3 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัว สีสดงาม · องค์การรับ - นายเสงี่ยม กาญจนฉวี ที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป. พงษ์พาณิชย์ ที่ 2 · ล. - ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ขจร หะวานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา