คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกำหนดให้จ่ายเงินผลประโยชน์ในการปลดลูกจ้างเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าค่าชดเชยตามกฎหมาย เงินผลประโยชน์ดังกล่าวจึงถือเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
ย่อคำพิพากษา
ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 2 ได้ให้คำจำกัดความของ"ค่าชดเชย" ไว้ว่า หมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่นายจ้าง เมื่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทโจทก์มีว่า บริษัทโจทก์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ในการปลดลูกจ้างเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าค่าชดเชยซึ่งลูกจ้างจะพึงได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ทั้งตามข้อบังคับดังกล่าวแสดงเจตนาไว้ว่า บริษัทโจทก์ประกาศข้อบังคับนี้ก็เพราะมีประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อความตามข้อบังคับนี้จึงแสดงถึงความเอื้อเฟื้อของบริษัทโจทก์ที่สัญญาว่าจะจ่ายเงินค่าชดเชยในการปลดลูกจ้างออกจากงานให้เป็นจำนวนมากกว่าที่ทางราชการกำหนดไว้ ดังนั้น เงินผลประโยชน์ในการปลดที่บริษัทโจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามข้อบังคับดังกล่าว จึงเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้าง อันเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ไม่อาจแปลได้ว่าเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง
นับเกี่ยวกับฎีกา 1444/2519 (ประชุมครั้งที่ 17/2519)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.2 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ม.77 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า บริษัทโจทก์ปลดลูกจ้างออกจากงาน ๑๒ คน โดยโจทก์จ่ายเงินผลประโยชน์ตามกฎหมายข้อบังคับของโจทก์ซึ่งถือว่าเป็นเงินสดชดเชยตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ๒ ) ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๑๗ แล้ว แต่จำเลยเห็นว่าไม่ใช่เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน และได้มีคำเตือนให้โจทก์ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวโดยนำเงินไปจ่ายให้ลูกจ้าง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน ๑๕ วัน ซึ่งไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำเตือนของเจ้าพนักงานดังกล่าว
จำเลยให้การว่า เงินที่โจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างตามข้อบังคับของบริษัทโจทก์ไม่ใช่เงิน "ค่าชดเชย" ตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เงินผลประโยชน์ในการปลดที่โจทก์จ่ายให้แก่ลูกจ้างมีลักษณะเป็นเงินชดเชย"ตามกฎหมายแรงงาน พิพากษาให้เพิกถอนคำเตือนตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ไม่มีประเด็นเรื่องการโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ จึงใช้ดุลพินิจไม่ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยส่วนประเด็นเรื่อง "ค่าชดเชย" นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่าตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานซึ่งออกประกาศตามความในข้อ ๒ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๒ ข้อ ๒ ได้ให้คำจำกัดความของ"ค่าชดเชย" ไว้ว่า หมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างนอกเหนือจากเงินประเภทอื่นซึ่งนายจ้างตกลงจ่ายให้แก่นายลูกจ้าง ข้อเท็จจริงปรากฏตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทโจทก์ข้อ ๒๓ ว่า บริษัทโจทก์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ในการปลดลูกจ้างเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าค่าชดเชยซึ่งลูกจ้างจะพึงได้รับตามประกาศกระทรวงหมาดไทย ประกอบทั้งในวรรคแรกของข้อบังคับของบริษัทโจทก์นี้เองก็ได้แสดงเจตนาไว้เป็นใจความว่า บริษัทโจทก์ประกาศข้อบังคับนี้ก็เพราะมีประกาศกระทรงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน ศาลฎีกาจึงเห็นว่า เงินที่โจทก์จ่ายให้แก่บุคคลทั้งสิบสองตามหนังสือที่ ๑/๒๕๑๗ ของจำเลย ดังปรากฏรายการการจ่ายในเอกสารหมาย จ.๑ ว่าเป็นเงินผลประโยชน์ในการปลดออกนั้น เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างโดยตรง ไม่อาจแปลได้ว่าเป็นเงินประเภทอื่นที่นายจ้างตกลงจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ข้อความตามข้อบังคับของบริษัทโจทก์ข้อ ๒๓ นั้น เห็นได้ว่าเป็นการแสดงถือความเอื้อเฟื้อของบริษัทโจทก์ที่สัญญาว่าอาจจะจ่ายเงินค่าชดเชยใการปลดลูกจ้างออกจากงานให้เป็นจำนวนมากกว่าที่ทางราชการได้กำหนดไว้เท่านั้นเองที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานโดยถูกต้องแล้วนั้น ฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1442/2519
บริษัทไซมิสทินซินดิเกต จำกัด โดยนายประมวล ทองภู กรรมการ โจทก์
นายสุภร ทับเที่ยง นายอำเภอเมืองระนอง ในฐานะเจ้าพนักงานแรงงานตาม
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทไซมิสทินซินดิเกต จำกัด โดยนายประมวล ทองภู กรรมการ · ในฐานะเจ้าพนักงานแรงงานตาม - นายสุภร ทับเที่ยง นายอำเภอเมืองระนอง · ล. - ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ · อุดม ทันด่วน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดระนอง - นายสวิน อักขรายุธ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธิ บัวแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา