คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความในคดีละเมิดจะเริ่มนับเมื่อผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ได้รู้ถึงการกระทำละเมิดนั้น การมอบอำนาจให้แจ้งความดำเนินคดีอาญา ไม่ถือเป็นการมอบอำนาจให้ติดตามเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
แม้เจ้าหน้าที่โจทก์จะได้รับแจ้งถึงการที่มีผู้ทำละเมิดต่อโจทก์ อายุความในเรื่องละเมิดยังไม่เริ่มนับจนกว่าอธิบดีกรมโจทก์ ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์ได้รู้ถึงการกระทำละเมิดดังกล่าวแล้ว
กรมมอบอำนาจให้ส่วนราชการอื่นแจ้งความกล่าวโทษผู้กระทำละเมิด แต่เมื่อมิได้มอบให้ติดตามเรียกร้องค่าเสียหายหรือดำเนินคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย การที่ส่วนราชการผู้รับมอบอำนาจรู้เรื่องการกระทำละเมิด ไม่ถือว่ากรมรู้ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นนายจ้างจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ ทำสัญญาเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ได้ขับรถยนต์โดยประมาทชนเสาไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถโดยประมาท โจทก์ฟ้องคดีเมื่อเกิน ๑ ปี จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ฎีกา
ศาลฎีกาฟังว่า รถที่จำเลยที่ ๑ ขับชนเสาไฟฟ้าของโจทก์เสียหาย และการไฟฟ้านครหลวงได้มีหนังสือแจ้งถึงการทำละเมิดที่เกิดขึ้นตลอดจนตัวผู้ทำละเมิดและผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนไปยังโจทก์โดยละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว แต่เมื่อเรื่องราวการทำละเมิดดังกล่าวยังไม่ทราบถึงอธิบดีกรมทางหลวงซึ่งตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ ถือว่าอธิบดีเป็นผู้แทนของกรมแล้ว จะต้องถือว่าโจทก์ยังไม่ทราบถึงเรื่องการทำละเมิดดังกล่าว เมื่อโจทก์ฟ้องคดีภายใน ๑ ปี นับแต่อธิบดีกรมทางหลวงทราบถึงการทำละเมิดและผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแล้ว คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
แม้กรมทางหลวงได้มอบอำนาจให้การไฟฟ้านครหลวงเป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษผู้กระทำให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหาย พร้อมทั้งตีราคาค่าเสียหายได้ก็ตาม แต่เมื่อกรมทางหลวงมิได้มอบหมายให้การไฟฟ้านครหลวงติดตามเรียกค่าเสียหายหรือมอบหมายให้ดำเนินคดีฟ้องเรียกค่าเสียหายด้วย การที่การไฟฟ้าทราบถึงการละเมิดและตัวผู้พึงจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ก็จะถือว่าการไฟฟ้านครหลวงเป็นตัวแทนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงได้ทราบถึงการละเมิด และตัวผู้พึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนด้วยแล้วหาได้ไม่
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 23/2519
กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี โจทก์
นายไพรัช เป้าเทียมวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - กรมทางหลวง โดยนายเฉลียว วัชรพุกก์ อธิบดี · ล. - นายไพรัช เป้าเทียมวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เดช วุฒิสิงห์ชัย · บัญญัติ สุชีวะ · ผสม จิตรชุ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมชาย ศรีวัฒนพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา