⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2464/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินเป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทหลายคน ทายาทแต่ละคนย่อมมีสิทธิ์ในที่ดินนั้นตามส่วนของตน และหากทายาทได้ครอบครองที่ดินนั้นร่วมกัน ย่อมมีสิทธิ์ในที่ดินนั้นตามส่วนที่มีสิทธิ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินเป็นของโจทก์โดยได้รับยกให้และครอบครองมา ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิ์ครอบครองและขับไล่จำเลย ทางพิจารณาฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยซึ่งเป็นทายาทและได้ครอบครองร่วมกันมา ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์และจำเลยตามส่วนที่มีสิทธิ์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่มีโฉนด ๑ แปลง โดยบิดามารดาโจทก์ยกให้และโจทก์ครอบครองตลอดมา โจทก์ขอรังวัดออกโฉนดจำเลยทั้งสามคัดค้าน ต่อมาจำเลยที่ ๑ เข้ามาปลูกกระต๊อบในที่พิพาท โจทก์บอกให้รื้อจำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิ์ครอบครองที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยที่ ๑ รื้อกระต๊อบออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง และให้จำเลยถอนคำคัดค้านการรังวัดออกโฉนดของโจทก์ ถ้าจำเลยไม่สามารถจะไปถอนคำคัดค้านได้ ขอให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยทั้งสามให้การว่า เดิมนายแจ้งบิดาโจทก์และเป็นบิดาของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายคร้ามเป็นผู้ครอบครองที่พิพาท ต่อมานายแจ้งถึงแก่กรรม จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายคร้ามจึงเข้าครอบครองทำประโยชน์ เมื่อนายคร้ามถึงแก่กรรมลง จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นบุตรได้เข้าครอบครองแทน โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทเป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปีแล้ว จึงไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นมรดกของนายแจ้ง โจทก์และจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทของนายแจ้งได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทเป็นมรดกของนายแจ้งตกได้แก่โจทก์และจำเลยทั้งสามและได้ครอบครองร่วมกันมา ขณะนายแจ้งตายมีทายาทเพียง ๔ คน คือโจทก์, จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายคร้าม ต่อมานายคร้ามตาย จำเลยที่ ๓ รับมรดกส่วนของนายคร้าม นายออและนางไอบุตรนายคร้ามมิได้เข้ามาเกี่ยวข้องครอบครองที่พิพาท วินิจฉัยว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรให้แบ่งที่พิพาทให้โจทก์และจำเลยทั้งสามไปเสียทีเดียว พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้แบ่งที่พิพาทเป็น ๔ ส่วน ให้โจทก์และจำเลยทั้งสามได้รับคนละ ๑ ส่วน หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลที่พิพาทระหว่างกันเอง หากตกลงกันไม่ได้ ให้เอาที่พิพาทขายทอดตลาดแบ่งเงินกันตามส่วนที่มีสิทธิ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2519 นางแมว การสันทัด โจทก์ นายแป๊ะ คำศิริ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแมว การสันทัด · ล. - นายแป๊ะ คำศิริ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายเทพ ภักดีศุภผล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา