⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 254/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การที่จำเลยมิได้ยกข้ออุทธรณ์ในประเด็นใดขึ้นต่อศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยข้ออุทธรณ์นั้นไม่ได้ เว้นแต่เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน * การที่บริษัทจดทะเบียนว่ากรรมการสองนายมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท หมายความว่ากรรมการสองคนต้องร่วมกันลงลายมือชื่อ * หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด ต้องรับผิดตามเช็คที่ออกชำระหนี้แทนห้างหุ้นส่วนนั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะมิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ด้วยมูลหนี้อะไร และโจทก์ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ดังที่จำเลยให้การตัดฟ้อง จำเลยกลับอุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์มิได้นำสืบถึงการเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายหรือนำสืบถึงมูลหนี้เช็คตามฟ้อง จึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุม ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงมิได้เป็นข้อที่ยกขึ้นมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย การที่บริษัทโจทก์จดทะเบียนว่า กรรมการสองนายมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท หมายความว่า กรรมการ 2 คน ไม่ว่าชายหรือหญิงร่วมกันลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ได้ จำเลยออกเช็คชำระหนี้ให้โจทก์แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด จำเลยจึงต้องรับผิดตามเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077 (2), 900

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1077 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1111 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1145

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาธนบุรี ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๑๖ จำนวนเงิน ๔๓,๐๓๓ บาท โดยจำเลยสั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ โจทก์นำเช็คเข้าบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาสามยอด เมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินตามเช็ค ธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาธนบุรี ปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๓,๐๓๓ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ผู้รับมอบอำนาจทั้งสองไม่มีอำนาจทำหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ และผู้รับมอบอำนาจไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔๓,๐๓๓ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในชั้นอุทธรณ์จำเลยจะอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม แต่จำเลยมิได้อุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ด้วยมูลหนี้อะไร และโจทก์ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายอย่างไร ดังที่จำเลยให้การตัดฟ้อง จำเลยกลับอุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์มิได้นำสืบถึงการเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายหรือนำสืบถึงมูลหนี้เช็คตามฟ้อง จึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุม ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นมาแล้วในศาลอุทธรณ์ และไม่ใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาข้อนี้ของจำเลย นอกจากนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่บริษัทโจทก์จดทะเบียนว่ากรรมการสองนายมีอำนาจลงลายมือชื่อแทนบริษัท หมายความว่ากรรมการสองคนไม่ว่าเป็นชาย ๒ คน หญิง ๒ คน หรือชาย ๑ คนและ หญิง ๑ คน ร่วมกันลงชื่อแทนบริษัทโจทก์ได้ นางสาวเลียบ เธียรประสิทธิ์ และนางกมลี สุโกศล ปัจฉิมสวัสดิ์ กรรมการบริษัทโจทก์จึงมีอำนาจลงชื่อร่วมกันแทนบริษัทโจทก์ได้ การที่นางสาวเลียบ เธียรประสิทธิ์ และนางกมลี สุโกศล ปัจฉิมสวัสดิ์ ร่วมกันลงชื่อมอบอำนาจให้นายวีระ ปิยะพัฒนกูล ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.๓ จึงชอบด้วยข้อบังคับของบริษัทโจทก์แล้ว และเห็นว่าแม้จำเลยไม่เป็นหนี้โจทก์ แต่ห้างหุ้นส่วนสามยอดโทรทัศน์ซึ่งจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นหนี้โจทก์ และออกเช็คตามเอกสารหมาย ล.๑๘ เพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค เอกสารหมาย ล.๑๘ และโจทก์ให้พนักงานของโจทก์ไปทวงเงินตามเช็คดังกล่าว จำเลยก็ออกเช็คตามเอกสารหมาย จ.๑ ชำระหนี้ให้โจทก์แทนห้างหุ้นส่วนจำกัดสามยอดโทรทัศน์ และจำเลยซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดจะต้องร่วมกับห้างหุ้นส่วนจำกัดในบรรดาหนี้สินของห้างหุ้นส่วนจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๗๗ (๒) และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๐ จำเลยต้องรับผิดตามเช็คเอกสารหมาย จ.๑ ที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่าย เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจะต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2519 บริษัท กมลสุโกศล จำกัด โดยนายวีระ ปิยะพัฒนกูล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายอรรณพ หาญสัมฤทธิ์ศักดิ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท กมลสุโกศล จำกัด โดยนายวีระ ปิยะพัฒนกูล ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - นายอรรณพ หาญสัมฤทธิ์ศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุวิทย์ วิชิตเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2893/2540ฎีกา 163/2491ฎีกา 4884/2543ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 3136/2524ฎีกา 484/2507ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 18343/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา