⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 325/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2519

ป.พ.พ. ม.152, 1378 · พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.9

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนที่ดินมือเปล่าที่ยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ไม่อาจโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมายที่ดิน แต่สามารถโอนการครอบครองได้โดยการส่งมอบตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ย่อคำพิพากษา

ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า แม้จะได้แจ้งการครอบครองแล้ว แต่เมื่อยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ย่อมไม่อาจโอนกันได้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 มาตรา 9 แต่ย่อมโอนไปซึ่งการครอบครองได้โดยการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1378

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.152 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.9

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.152 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงขายที่ดินให้โจทก์ ๒ แปลง แปลงแรกราคา ๑,๙๐๐ บาท จำเลยรับชำระเงินไปจากโจทก์แล้ว ๑,๘๐๐ บาท ส่วนอีกแปลงหนึ่งโจทก์ชำระราคาให้แก่จำเลยเรียบร้อยแล้ว จำเลยมอบที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์เข้าทำประโยชน์ตลอดมา โจทก์ให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ตามสัญญา จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยรับค่าที่ดิน ๑๐๐ บาทจากโจทก์ และให้จำเลยไปจัดการโอนที่ดินทั้งสองแปลงทางทะเบียนให้โจทก์ หากจำเลยไม่ไปจัดการโอน ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า ตามสัญญาจะซื้อขาย ลงความกว้างทางทิศตะวันออกและตะวันตกของที่ดินแปลงแรกผิดไป โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยไปจัดการโอนที่ดินให้จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ นายแหม เกปัน ซึ่งถูกศาลเรียกเข้ามาในคดีเป็นจำเลยร่วมให้การว่า ได้ซื้อที่ดินจากจำเลยทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ของที่ดินพิพาทรวมที่ดินบางส่วนของที่พิพาทด้วย และได้ครอบครองที่ดินที่ซื้อมาก่อนที่โจทก์จะเข้าครอบครองที่ดินส่วนกลาง ที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงที่ดินที่มีแบบแจ้งการครอบครอง โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้ศาลบังคับให้จำเลยและจำเลยร่วมโอนให้โจทก์ทางทะเบียน ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยตกลงขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ก่อนที่จะขายให้จำเลยร่วม จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะนำที่ดินที่ตกลงขายให้โจทก์แล้วไปขายให้จำเลยร่วม โจทก์มีสิทธิขอให้ศาลบังคับให้จำเลยไปโอนที่พิพาทให้โจทก์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ พิพากษาให้จำเลยรับเงินจากโจทก์ ๑๐๐ บาท และให้ไปจัดการโอนที่ดินแก่โจทก์ หากไม่ไปโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า แม้จะได้แจ้งการครอบครองแล้ว แต่เมื่อยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ย่อมไม่อาจโอนกันได้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ แต่ย่อมโอนไปซึ่งการครอบครองได้ด้วยการส่งมอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๘ พิพากษาแก้ให้จำเลยรับเงิน ๑๐๐ บาทจากโจทก์ และให้จำเลยกับจำเลยร่วมส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์ หากจำเลยและจำเลยร่วมไม่ส่งมอบ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย คำขอโจทก์นอกจากนี้ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2519 นายกูสะอาด มณีกามัน โจทก์ นายแหม เกปัน จำเลยร่วม นายดาโร้ย เบ็ญหมึนหรือเบ็นหมึน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกูสะอาด มณีกามัน · จำเลยร่วม - นายแหม เกปัน · ล. - นายดาโร้ย เบ็ญหมึนหรือเบ็นหมึน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายเคียง บุญเพิ่ม · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 99/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 605/2511ฎีกา 14887/2551ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 713/2512ฎีกา 8444/2538ฎีกา 1194/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา