⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 470/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นใหม่เป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท และมิได้เป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความ จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เลิกบริษัทโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ที่ 1 ในฐานะส่วนตัวและฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ที่ 2 กับ ส. และพวกทำสัญญาประนีประนอมยอมความตกลงกันจะก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่อีกบริษัทหนึ่ง เพื่อประกอบกิจการเดินรถแทนบริษัทโจทก์ที่ 2 ต่อมา ส. กับพวกได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่ เป็นบริษัทจำเลยโดยโจทก์มิได้ร่วมก่อตั้งด้วย ดังนี้ บริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคลที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีสิทธิและหน้าที่ของตนเองต่างหากจากผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท และมิได้เป็นคู่สัญญาประนีประนอมยอมความฉบับดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องบริษัทจำเลยเพื่อขอให้เลิกบริษัทโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาฉบับนี้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1015 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1237

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ในฐานะส่วนตัวและฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท โจทก์ที่ ๒ กับเจ้าของรถร่วมสายนครนายก คลอง ๑๔ ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นอีกบริษัทหนึ่งเพื่อประกอบการเดินรถแทนบริษัทโจทก์ ที่ ๒ ต่อมานายสานิตย์ ลัคนาทิน กับพวกซึ่งได้ลงนามในข้อตกลงดังกล่าวได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นใหม่เป็นบริษัทจำเลยโดยไม่ให้โจทก์ทั้งสองร่วมก่อตั้งด้วย การจดทะเบียนบริษัทจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนสัญญาประนีประนอม ทั้งเป็นการทำผิดในการประชุมตั้งบริษัท ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษายกเลิกบริษัทจำเลย จำเลยให้การว่า บริษัทจำเลยปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้กับโจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงโดยไม่นำรถไปดำเนินการให้ถูกต้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า บันทึกข้อตกลงหาใช่เป็นการประชุมตั้งบริษัทตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๐๗, ๑๑๐๘ ไม่ และไม่เป็นการกระทำผิดในการประชุมตั้งบริษัทอันจะเป็นเหตุให้ศาลสั่งเลิกบริษัทได้ตามมาตรา ๑๓๓๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคล ที่ก่อตั้งขึ้นตามกฎหมาย มีสิทธิและหน้าที่ของตนเองต่างหากจากผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัท ข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่าบริษัทจำเลยไม่ได้เป็นคู่สัญญาฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ กับโจทก์ที่ ๑ ด้วย ฉะนั้นโจทก์ที่ ๑ จึงไม่มีอำนาจฟ้องบริษัทจำเลยเพื่อขอให้เลิกบริษัทโดยอาศัยข้อตกลงในสัญญาฉบับลงวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ นั้น ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องนี้แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นไว้ในคำแก้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ เพราะเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2519 นายสมัคร ศิริพันธ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ บริษัท บ้านนาสามัคคีขนส่ง จำกัด โดยนายสานิตย์ ลัคนาทิน กรรมการ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมัคร ศิริพันธ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ล. - บริษัท บ้านนาสามัคคีขนส่ง จำกัด โดยนายสานิตย์ ลัคนาทิน กรรมการ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ชลอ จามรมาน · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายไมตรี โมรารตนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 2460/2517ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1733/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา