คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนตามกฎหมายใหม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าที่มิได้จดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ ยังคงมีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับอยู่ก่อน
ย่อคำพิพากษา
กฎหมายลักษณะมรดก บทที่ 12 บัญญัติให้บุตรบุญธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในภาคญาติ แต่ต่อมามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ. 121 บัญญัติให้ญาติของผู้มรณภาพตามที่กำหนดไว้เป็นชั้น ๆ ได้รับมรดกในภาคญาติ แต่สำหรับบุตรบุญธรรมไม่ได้กำหนดไว้ บุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่านับแต่ ร.ศ. 121 เป็นต้นมา จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม ต่อมาเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และ 6 แล้ว บุตรบุญธรรมในบทบัญญัติมาตรา 1586 และ 1627 ก็หมายความเฉพาะบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนตามมาตรา 1585 เท่านั้น มิได้รวมถึงบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าซึ่งใช้อยู่ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ด้วย เพราะพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า "บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ไม่กระทบกระเทือนถึง............(2) การรับบุตรบุญธรรมซึ่งมีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้ หรือสิทธิและหนี้อันเกิดแต่การนั้น ๆ" ซึ่งมีความหมายว่า สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรมมีอยู่ตามกฎหมายเก่าอย่างไร เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ใช้บังคับแล้วก็คงมีอยู่อย่างนั้น ดังนั้น บุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกตามกฎหมายเก่าและมิได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 3/2519)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของนางเหม แก้วประดิษฐ์ ตั้งแต่โจทก์เกิดมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ จำเลยเป็นน้องของนางเหม นางเหมถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๑๕ โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของนางเหมคือที่ดินโฉนดที่ ๑๑๘๔๗ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินแปลงที่โจทก์ไปยื่นขอรับมรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว จำเลยไปคัดค้าน ขอให้บังคับจำเลยถอนคำคัดค้านดังกล่าว และพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิรับมรดกของนางเหมในฐานะเป็นทายาท ไม่ให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้อง
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้เป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของนางเหม แก้วประดิษฐ์ และแม้จะฟังว่าเป็นบุตรบุญธรรม โจทก์ก็ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะรับมรดกของนางเหม จำเลยเป็นทายาทนางเหมในฐานะพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ขอให้บังคับโจทก์ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๘๔๗ คืนให้จำเลย
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของนางเหมโดยชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรกเกิด โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๑๘๔๗ นี้ นางเหมได้มอบให้แก่โจทก์ไว้นานแล้ว เพราะมีเจตนายกให้โจทก์ แต่ยังมิได้โอนแก้ไขทางทะเบียน จำเลยไม่มีสิทธิเรียกไป
วันนัดสืบพยานโจทก์ คู่ความรับกันในเรื่องทรัพย์มรดก และโจทก์ว่าโจทก์เป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๓ และเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว เจ้ามรดกก็มิได้จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม จำเลยเป็นน้องของเจ้ามรดก เจ้ามรดกไม่มีทายาทอื่น โฉนดที่พิพาทอยู่ที่โจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีเป็นประเด็นหารือบท ไม่จำต้องสืบพยาน
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามกฎหมายเก่าบุตรบุญธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม โจทก์จึงไม่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดก พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ส่งมอบโฉนดเลขที่ ๑๑๘๔๗ ให้จำเลย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ว่า กฎหมายลักษณะมรดก บทที่ ๑๒ บัญญัติให้บุตรบุญธรรมมีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในภาคญาติ แต่ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะมรดก ร.ศ. ๑๒๑ บัญญัติให้ญาติของผู้มรภาพตามที่กำหนดไว้เป็นชั้น ๆ ในพระราชบัญญัตินั้นได้รับมรดกในภาคญาติ แต่สำหรับบุตรบุญธรรมไม่ได้กำหนดไว้ ดังนั้น ตามกฎหมายเก่านับแต่ ร.ศ. ๑๒๑ เป็นต้นมา บุตรบุญธรรมจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม ต่อมาเมื่อประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ และ ๖ แล้ว แม้จะมีมาตรา ๑๕๘๖ บัญญัติว่า "บุตรบุญธรรมย่อมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม ฯลฯ" และมาตรา ๑๖๒๗ บัญญัติไว้ด้วยว่า "...................บุตรบุญธรรม ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้" ก็ตาม บุตรบุญธรรมในบทบัญญัติดังกล่าวก็หมายความเฉพาะบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามมาตรา ๑๕๘๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิได้รวมถึงบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเก่าซึ่งใช้อยู่ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ด้วย เพราะพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ ๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๔ บัญญัติไว้ว่า "บทบัญญัติแห่งบรรพนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึง...........(๒)................การรับบุตรบุญธรรมซึ่งมีอยู่ก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายบรรพนี้ หรือสิทธิและหนี้อันเกิดแก่การนั้น ๆ " ซึ่งมีความหมายว่า สิทธิและหน้าที่ของบุตรบุญธรรมมีอยู่ตามกฎหมายอย่างไร เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ใช้บังคับแล้ว ก็คงมีอยู่อย่างนั้น ดังนั้น โจทก์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกตามกฎหมายเก่า และมิได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๕ จึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมซึ่งถึงแก่กรรมหลังจากที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ แล้ว
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2519
นายพิชัย แก้วประดิษฐ์ โจทก์
นางจำปา สิกขา ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายพิชัย แก้วประดิษฐ์ · ล. - นางจำปา สิกขา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเอก ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายชลูตม์ สวัสดิทัต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา