คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ทรงเช็คได้เช็คมาโดยชอบแล้ว ผู้สั่งจ่ายย่อมต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คแก่ผู้ทรง แม้ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการออกเช็คจะไม่ใช่การชำระหนี้ส่วนตัวของผู้สั่งจ่ายก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ แม้โจทก์นำสืบว่าจำเลยไม่เคยสั่งซื้อสินค้าพิพาทจากโจทก์หรือเป็นหนี้โจทก์ เช็คพิพาทนั้นไม่ได้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ส่วนตัว แต่เป็นเช็คที่จำเลยออกให้โจทก์เพื่อชำระหนี้บางส่วนแทนบุคคลอื่น การนำสืบดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้เช็คมาอย่างไร และเหตุใดโจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบเท่านั้น เมื่อปรากฏว่าเช็คพิพาทนั้นเป็นเช็คที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายและโจทก์เป็นผู้ทรง จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายย่อมต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คแก่โจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ แม้จำเลยจะตั้งทนายมาถามค้านพยานโจทก์ก็ตาม ข้อต่อสู้ของจำเลยเรื่องโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตนั้น ไม่ได้เป็นประเด็นมาแต่แรก จำเลยจะยกข้อเท็จจริงเรื่องนี้ขึ้นอ้างในศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยนั้น ไม่ได้ ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฎีกาจำเลยต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดวันสั่งจ่าย โจทก์นำเช็คไปขอรับเงินจากธนาคาร ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยชำระเงินตามเช็ค
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คให้โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์ แต่นำสืบว่าไม่เคยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์หรือเป็นหนี้โจทก์ เช็คพิพาทไม่ได้สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ส่วนตัว แต่เป็นเช็คที่จำเลยออกให้โจทก์เพื่อชำระหนี้บางส่วนแทนนางเฉลียว ซึ่งเป็นหนี้โจทก์นั้น การนำสืบดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ได้เช็คมาอย่างไร และเหตุใดโจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบเท่านั้น เมื่อเช็คพิพาทจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายและโจทก์เป็นผู้ทรง จำเลยย่อมต้องรับผิดใช้เงินตามเช็ค เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้โดยใช้สิทธิไม่สุจริต เพราะโจทก์ฟ้องนางเฉลียวให้ชำระหนี้เต็มจำนวน โดยศาลชั้นต้นได้พิพากษาให้นางเฉลียวชำระหนี้ดังกล่าวเต็มจำนวนแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ข้อต่อสู้ของจำเลยไม่เป็นประเด็นแห่งคดีมาแต่แรก ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยให้ ทั้งมิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 860/2519
นายบัญญัติ เดชาภรณ์ โจทก์
นายประสิทธิ บุณยมานพ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัญญัติ เดชาภรณ์ · ล. - นายประสิทธิ บุณยมานพ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายยง ศรีนาม · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา