⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 105/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลยังคงครอบครองอสังหาริมทรัพย์ต่อไปหลังจากศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าบุคคลนั้นไม่มีสิทธิครอบครอง ย่อมไม่ถือเป็นกรรมใหม่ที่ต้องรับผิดฐานบุกรุกอีก หากการครอบครองนั้นเป็นไปโดยต่อเนื่องจากพฤติการณ์เดิม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยถูกฟ้องว่าบุกรุกที่พิพาท ศาลลงโทษไปแล้ว การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาท ต่อมาหลังจากศาลพิพากษาคดีก่อนแล้ว แม้ต่อมาที่พิพาทจะเปลี่ยนมือเป็นของผู้อื่น จำเลยก็ยังไม่ได้ทำประการใดที่จะถือว่าเป็นกรรมใหม่ คงอยู่ในที่พิพาทต่อมาตามปกติ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2518 จำเลยบุกรุกเข้าไปในนาของนายสมพงษ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362, 365 จำเลยให้การว่า นายสมพงษ์มิใช่ผู้เสียหาย ทั้งความผิดอันเดียวกันนี้ศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 6 เดือนปรับ 500 บาท โทษจำคุกรอไว้ 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การท่จำเลยครอบครองที่พิพาทนั้นถือได้ว่าเป็นการรบกวนการครอบครองที่พิพาทแล้ว ไม่จำต้องประกอบด้วยการกระทำ "เข้าไป" พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 จนทุกวันนี้ไม่เคยมีกริยาเข้าไปในที่พิพาทเลย นายสมพงษ์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท จึงไม่เป็นผู้เสียหาย ศาลฎีกาฟังว่า เดิมที่พิพาทเป็นของนายพรม จำเลยเป็นบุตรเขยและอาศัยทำกินในที่พิพาทกับนายพรม ต่อมานายพรมขายที่พิพาทให้นายไกรศักดิ์เมื่อ พ.ศ. 2513 แต่ทั้งนายพรมและจำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาท ต่อมานายพรมตาย นายไกรศักดิ์แจ้งความเมื่อ พ.ศ. 2517 ว่าจำเลยบุกรุกที่พิพาท โจทก์ฟ้อง จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2517 จำคุกและปรับแต่โทษจำคุกให้ยก ต่อมาเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2518 นายสมพงษ์ผู้เสียหายคดีนี้ซื้อที่พิพาทจากนายไกรศักดิ์ แล้วหาว่าจำเลยบุกรุก วินิจฉัยว่า การที่จำเลยอยู่ในที่พิพาทต่อมาหลังจากศาลพิพากษาคดีก่อนแล้ว แม้ต่อมาที่พิพาทจะเปลี่ยนมือเป็นของผู้อื่น จำเลยก็ยังไม่ได้ทำประการใดที่จะถือว่าเป็นกรรมใหม่ คงอยู่ในที่พิพาทต่อมาตามปกติ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามที่โจทก์ฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2520 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายพร ผ่านพินิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายพร ผ่านพินิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7217/2544ฎีกา 1514/2532ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2100/2540ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 633/2540ฎีกา 1398/2506ฎีกา 3911/2568ฎีกา 1331/2523ฎีกา 5487/2548ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 7194/2539ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 3159/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา