⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1078/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนการครอบครองโดยการส่งมอบการครอบครองให้แก่ผู้รับโอน โดยผู้โอนสละเจตนาครอบครอง และผู้รับโอนเข้ายึดถือเพื่อตน มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขายที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่ผู้ร้อง และสละเจตนาครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันทำสัญญา ดังนี้ การครอบครองของจำเลยย่อมสิ้นสุดลง ผู้ร้องเข้ายึดถือที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตน จึงได้สิทธิครอบครอบทันทีที่จำเลยสละเจตนาครอบครอง การโอนโดยข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1377, 1378 นั้น มีผลบังคับกันได้ ไม่ต้องมีแบบอยู่ในตัว การที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนหาทำให้การซื้อขายเป็นโมฆะไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดิน ๑ แปลงของจำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง ซื้อจากจำเลยที่ ๑ ก่อนจำเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ตามสำเนาสัญญาซื้อขายท้ายคำร้อง ผู้ร้องได้รับมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์และเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่วันทำสัญญาตลอดมา ที่ดินจึงเป็นของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ โจทก์ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ครอบครองที่ดินซึ่งโจทก์นำยึดและเป็นผู้มีชื่อในหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยไม่เคยขายหรือส่งมอบให้ผู้ร้องครอบครอง ผู้ร้องมีสิทธิเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงนี้เฉพาะการเก็บผลลำไย ตอนกิ่ง ตามสำเนาสัญญาซื้อขายผลลำไยท้ายคำให้การ ส่วนสัญญาซื้อขายที่ดินท้ายคำร้องเป็นนิติกรรมอำพรางการซื้อขายผลลำไยมีระยะยาว ระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ ๑ มิได้เจตนาจะซื้อขายกันจริงตามสัญญา จึงไม่มีผลบังคับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินนั้น จำเลยที่ ๑ มอบให้ผู้ร้องเป็นประกันการซื้อขายผลลำไยระยะยาวเท่านั้น โจทก์ยื่นคำร้องขให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาเบื้องต้นว่านิติกรรมซื้อขายที่พิพาทเป็นโมฆะ เพราะมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สิทธิครอบครองจึงยังคงเป็นของจำเลยที่ ๑ อยู่ ศาลชั้นต้นสั่งให้ปล่อยทรัพย์พิพาทแก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขายที่พิพาทให้ผู้ร้องและสละเจตนาครอบครองที่พิพาทให้ผู้ร้องแล้วตั้งแต่วันทำสัญญา การครอบครองของจำเลยที่ ๑ ย่อมสิ้นสุดลง ผู้ร้องได้เข้ายึดถือที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตน จึงได้สิทธิครอบครองทันทีที่จำเลยที่ ๑ สละเจตนาครอบครอง ทั้งเมื่อเป็นการโอนโดยข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๗, ๑๓๗๘ แล้ว ก็มีผลบังคับกันได้ ไม่ต้องมีแบบอยู่ในตัว ฉะนั้นการที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนก็หาทำให้การซื้อขายรายนี้เป็นโมฆะไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดที่พิพาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1078/2520 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรฯ โจทก์ นายวิเชียร เจริญวงศ์ ผู้ร้อง นายก๋องคำ จันทร์ต๊ะพิงค์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรฯ · ผู้ร้อง - นายวิเชียร เจริญวงศ์ · ล. - นายก๋องคำ จันทร์ต๊ะพิงค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายวีระชัย สูตรสุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 81/2514ฎีกา 2314/2519ฎีกา 2183/2519ฎีกา 3552/2539ฎีกา 5564/2537ฎีกา 7725/2540ฎีกา 625/2485ฎีกา 1474/2508ฎีกา 3251/2533ฎีกา 2747/2537ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 1125/2504ฎีกา 142/2492ฎีกา 6667/2542ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 1405/2515ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา