⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1449/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2520

ป.พ.พ. ม.11, 164, 725 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.172, 245

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคดีเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องให้มีผลถึงจำเลยที่ถอนอุทธรณ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ในฐานะทายาทฟ้องขอแบ่งที่ดินพิพาทซึ่งเคยเป็นของ ต.บิดาจากจำเลยทั้ง 7 ซึ่งเป็นทายาทและผู้รับโอนสิทธิจากทายาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งที่ดินให้โจทก์ 1 ใน 4 จำเลยอุทธรณ์ ในระหว่างอุทธรณ์จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต คดีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ยุติ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ ต.ถึงแก่กรรม คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 และคดีเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษายกฟ้องให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 245

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.725 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.11 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๔ ไร่ เป็นของนายตุบิดาโจทก์ นายนีสามีจำเลยที่ ๗ และจำเลยที่ ๑ นายตุตายโจทก์มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินเนื้อที่ ๑ ไร่ ๗๓ ตารางวา โจทก์มอบให้จำเลยที่ ๑ ปกครองร่วมและดูแลที่ดินแทนโจทก์ โจทก์มาดูแลและเก็บผลประโยชน์เป็นครั้งคราว ต่อมาจำเลยที่ ๑ และนายนีลักลอบโอนที่ดินมรดกดังกล่าวแบ่งกัน นายนีตาย จำเลยที่ ๗ รับมรดกของนายนี จำเลยที่ ๑ ได้โอนขายที่ดินส่วนที่จำเลยที่ ๑ รับแบ่งมาให้แก่จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ซึ่งเป็นบุตรโดยไม่สุจริต ขอให้บังคับจำเลยทุกคนแบ่งที่ดินมรดกให้โจทก์ ๑ ไร่ ๗๓ ตารางวา จำเลยทั้ง ๗ ให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบให้จำเลยที่ ๑ ครอบครองที่พิพาทแทน คดีของโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกที่ดินของนายตุ ๑ ใน ๔ พิพากษาให้จำเลยทุกคนแบ่งที่ดินให้โจทก์เนื้อที่ ๑ ไร่ ๗๓ ตารางวา จำเลยอุทธรณ์ ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอนุญาต คดีระหว่างจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ เป็นอันยุติ คงพิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๗ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่ดินพิพาทตั้งแต่นายตุตาย คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ แต่เป็นการฟ้องขอให้จำเลยทั้ง ๗ คนชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อคดีของโจทก์ขาดอายุความ แม้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ จะได้ถอนอุทธรณ์ก็เห็นสมควรให้คำพิพากษามีผลบังคับแก่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ครอบครองที่ดินมรดกของนายตุตลอดมาตั้งแต่นายตุตาย คดีของโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ คดีนี้เป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกฟ้องให้มีผลถึงจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๕ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1449/2520 นางสำเนียง หรือนิด ชำนาญ โจทก์ นางพ่วง ไรหยก กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสำเนียง หรือนิด ชำนาญ · ล. - นางพ่วง ไรหยก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คมกริช นุรักษ์ · ไพโรจน์ ไวกาสี · พิทยา มงคล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุญภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1200/2523ฎีกา 45/2524ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 94/2493ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5654/2534ฎีกา 2224/2528ฎีกา 2768/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา