⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1457/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกากำหนดให้ผู้รับประกันภัยค้ำจุนรับผิดน้อยลง ผู้เอาประกันภัยย่อมรับผิดเพียงเท่าที่ผู้รับประกันภัยค้ำจุนต้องรับผิดตามไปด้วย แม้ผู้เอาประกันภัยจะมิได้ฎีกาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนอันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนในนามจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัย กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อศาลฎีกากำหนดค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 2 รับผิดน้อยลง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ฎีกาก็ตาม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 245(1),247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลฎีกาเห็นสมควรก็ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์เพียงเท่าที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.887

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถยนต์ จำเลยที่ 2 ได้รับประกันรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ไว้ว่าจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของจำเลยที่ 1 เมื่อวินาศภัยเกิดขึ้นแก่อีกบุคคลหนึ่งซึ่งจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบ จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทชนรถยนต์โดยสารของโจทก์เสียหาย รวมเป็นเงิน113,803 บาท จำเลยไม่ชำระค่าเสียหายให้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดยประมาทเหตุเกิดเพราะความประมาทของคนขับรถยนต์โดยสาร หรือประมาทร่วมกัน ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายสูงเกินควรขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ 1 ประมาทฝ่ายเดียว โจทก์เสียหายเพียง35,500 บาท ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ 35,500 บาทพร้อมดอกเบี้ย ส่วนฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์เสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท เงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยที่ยกเว้นให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดนั้น ได้มีการสลักหลังไว้เป็นพิเศษยกเลิกเงื่อนไขนั้นแล้ว จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิด พิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าสินไหมทดแทน 50,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เสียหาย 43,000 บาท เงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยที่ยกเว้นให้จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดได้มีการสลักหลังไว้เป็นพิเศษยกเลิกเงื่อนไขนั้นแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัย และกรณีเป็นเรื่องเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เมื่อศาลฎีกากำหนดค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยที่ 2 รับผิดน้อยลง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ฎีกาอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 245(1),247 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์เพียง 43,000 บาท เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน 43,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2520 นางเกยูร ประทีปศิริคุณ หรือโง้วเจริญสุข โจทก์ นายสุริยา สังขสว่าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเกยูร ประทีปศิริคุณ หรือโง้วเจริญสุข · จำเลย - นายสุริยา สังขสว่าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพียร ศรีอรุณ · สอน ไชยสุต · มงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 3131/2543ฎีกา 3651/2526ฎีกา 1022/2551ฎีกา 7154/2551ฎีกา 425/2520ฎีกา 3350/2538ฎีกา 3760/2533ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 361/2539ฎีกา 793/2507ฎีกา 780/2535ฎีกา 4041/2542ฎีกา 557/2493ฎีกา 2891/2537ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 4473/2541ฎีกา 3830/2524ฎีกา 1088/2533ฎีกา 9203/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา