คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1504/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตัวตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 55 แม้จะฟ้องรวมกันมา ก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน และหากทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนไม่เกินสองหมื่นบาท จะอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224
ย่อคำพิพากษา
โจทก์แต่ละคนต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 55 แม้จะฟ้องรวมกันมาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 8 เรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แต่ละคนไม่เกินสองหมื่นบาท จึงอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ และเมื่อเป็นอุทธรณ์ต้องห้ามแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า นายประสิทธิ์ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์ของจำเลยในทางการที่จ้างด้วยความประมาทชนกับรถยนต์ของทางราชการทหาร เป็นเหตุให้บุตรโจทก์บางคน ภริยาโจทก์บางคน และมารดาโจทก์บางคนได้รับอันตรายถึงแก่ความตาย และทำให้โจทก์บางคนได้รับอันตรายสาหัส ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย
จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาเฉพาะฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘ เห็นว่า คดีนี้โจทก์แต่ละคนต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ แม้จะฟ้องรวมกันมาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกันโดยปรากฏว่า โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๗ และที่ ๘ เรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แต่ละคนเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท, ๒๐,๐๐๐ บาท, ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับ ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องมีจำนวนไม่เกินสองหมื่นบาท โจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๗ และที่ ๘ จึงอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๓ อุทธรณ์ของโจทก์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเป็นการไม่ชอบ และเมื่อเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามแล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ส่วนโจทก์ที่ ๖ เรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหาย ๓๔,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายที่เรียกร้องมีจำนวนไม่เกินห้าหมื่นบาท โจทก์ที่ ๖ จึงฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ที่ ๑ ที่ ๔ ที่ ๖ ที่ ๗ และที่ ๘
พิพากษายกฎีกา
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1504/2520
จ่าสิบตรีหาญ ชมภูทอง กับพวก โจทก์
นายนิตย์ เหมาะการ กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - จ่าสิบตรีหาญ ชมภูทอง กับพวก · ล. - นายนิตย์ เหมาะการ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เพียร ศรีอรุณ · สอน ไชยสุต · ประถม วิเชียรเนตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายมหินทร์ สุรดินทร์กูร · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา