คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
อายุความในการฟ้องคดีละเมิดที่ผู้เสียหายรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ผลการสอบสวนหรือการสืบเสาะหาข้อเท็จจริงที่ทำให้ทราบตัวผู้ต้องรับผิดนั้น
ย่อคำพิพากษา
บิลเก็บเงินค่าน้ำของโจทก์ขาดบัญชีไป และโจทก์รู้ว่า ก. และ ว. เป็นผู้ทำละเมิดจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2515 โจทก์ได้ตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีผู้บังคับบัญชาของ ก. และ ว. คนใดบ้านที่จะต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของบุคคลทั้งสอง และได้ทราบผลของการสอบสวนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2516 ว่าจำเลยทั้งสี่ในฐานะผู้บังคับชาของ ก. และ ว. จะต้องร่วมรับผิดด้วย โจทก์ฟ้องจำเลยคดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2517 เช่นนี้ต้องถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2516 อันเป็นวันที่โจทก์ทราบผลของการสอบสวนจากคระกรรมการสอบสวน โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2517 ภายใน 1 ปี คดีโจทก์สำหรับจำเลยทั้ง 4 จึงไม่ขาดอายุความ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นผู้บังคับบัญชาของนายเกศสิริ แย้มวจีและนายวินัย สมบัติศิริพนักงานประปา มีหน้าที่ควบคุมดูแลให้บุคคลทั้งสองปฏิบัติงานให้ถูกต้องตามระเบียบและข้อบังคับของโจทก์เกี่ยวกับการรับเงินค่าใช้น้ำตลอดจนควบคุมการรับและจ่ายบิลไปเก็บเงินค่าน้ำตามระเบียบของโจทก์ ปรากฏว่านายเกศสิริกับนายวินัยได้ยักยอกเงินค่าน้ำของโจทก์ไป ทั้งนี้โดยจำเลยทั้งสี่ได้ประมาทเลินเล่อละเลยต่อหน้าที่ ขอให้บังคับจำเลยทั้งนี่ร่วมกันใช้เงินที่ถูกยักยอกไปพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยทั้งสี่ให้การว่ามิได้ประมาทเลินเล่อ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและคดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ทราบเรื่องการละเมิดและผู้ที่จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่วันที่ผู้ว่าการประปานครหลวงได้รับรายงานจากหน่วยงานตรวจสอบภายใน การที่โจทก์ตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นภายหลังเพื่อหาตัวบุคคลที่จะต้องรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์อีกนั้นเป็นวิธีปฏิบัติภายในของโจทก์ ทำขึ้นเพื่อหาทางขยายอายุความออกไปอีก โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์แล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่น พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์รู้เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๑๕ ว่าผู้ที่ทำละเมิดซึ่งจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนคือนายเกศสิริและนายวินัย โจทก์ตั้งกรรมการสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงว่ามีผู้บังคับบัญชาของบุคคลทั้งสองคนใดบ้างที่จะต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดของบุคคลทั้งสอง โดยโจทก์ทราบผลการสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๖ ว่าจำเลยทั้งสี่ในฐานะผู้บังคับบัญชาของบุคคลทั้งสองจะต้องร่วมรับผิดด้วย และโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๗ เช่นนี้ต้องถือว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๑๖ อันเป็นวันที่โจทก์ทราบผลของการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวน โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๑๗ คดีโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสี่จึงไม่ขาดอายุความ
พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1558/2520
การประปานครหลวง โจทก์
นายธนะ บุญนาค กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - การประปานครหลวง · ล. - นายธนะ บุญนาค กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายไพบูลย์ นิมิตรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุวัฒน์ รัตรสาร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา