คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานได้ยึดของกลางไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มีผลใช้บังคับ แม้โจทก์จะฟ้องคดีภายหลังกำหนดเวลา 90 วันที่กฎหมายกำหนดไว้ จำเลยก็ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมายฉบับใหม่นั้น เนื่องจากจำเลยได้รับประโยชน์ตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำผิดก่อนวันประกาศใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 เจ้าพนักงานจับและยึดกระสุนปืนไว้เป็นของกลาง แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยภายหลังจากระยะเวลา 90 วัน ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ล่วงพ้นไปแล้วก็ตาม จำเลยก็ไม่ต้องรับโทษ เพราะจำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเครื่องกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 1 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 6 เดือน ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 5 จำเลยไม่ต้องรับโทษ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ริบของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยกระทำผิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2518ก่อนวันประกาศใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้เฉพาะแต่ในสงครามตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงถ้าได้นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนหรือวัตถุระเบิดดังกล่าวมามอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ" ข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้าพนักงานจับจำเลยและยึดกระสุนปืนไว้เป็นของกลาง ดังนี้ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยนี้ภายหลังจากระยะเวลา 90 วันที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ล่วงพ้นไปแล้วก็ตาม จำเลยก็ไม่ต้องรับโทษ เพราะจำเลยได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว อนึ่ง กระสุนปืนของกลางที่ศาลอุทธรณ์สั่งริบเพราะพ้นเวลาที่จำเลยจะนำไปมอบให้นายทะเบียนท้องที่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1699/2520
พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ โจทก์
นายมานะ พันธ์เพ็ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุรินทร์ · จำเลย - นายมานะ พันธ์เพ็ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร · ไพบูลย์ ไวกาสี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา