⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2023/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องบรรยายให้ชัดว่าที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ มิฉะนั้นจะเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์และลงโทษจำเลยไม่ได้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 มาตรา 19 นั้น ถ้าไม่ได้บรรยายว่าที่เกิดเหตุที่จำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองอยู่ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ย่อมเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้แม้จะได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ไม่ใช่เป็นกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่ประชาชนรู้กันทั่วไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 ม.19 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๙ เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยบังอาจร่วมกันมีไม้หวงห้ามแปรรูปเป็นไม้ตะเคียนทองรวม ๑๙๒ แผ่น ปริมาตร ๙.๑๒ ลูกบาศก์เมตรไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ตามประกาศลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ และได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๕๐๕ กำหนดให้ไม้ตะเคียนทองเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘,๗๓,๗๔,๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕,๑๗,๑๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๗,๑๕,๑๙,๒๘ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๔ ประกาศกระทรวงเกษตรลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ และขอให้ศาลสั่งริบของกลางกับจ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๔๘,๗๓,๗๔,๗๔ จัตวา พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕,๑๗,๑๘ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๗,๑๕ พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.๒๕๐๕ มาตรา ๔ ประกาศกระทรวงเกษตรลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๖ เดือนและปรับคนละ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๓ เดือน และปรับคนละ ๒,๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙,๓๐ ริบไม้ของกลาง จ่ายสินบนนำจับกึ่งค่าปรับโดยจ่ายจากเงินค่าปรับที่ชำระต่อศาล จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าตามฟ้องมิได้ระบุว่าที่จำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองนั้น อยู่ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้หรือไม่ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง คืนไม้ของกลางให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๑๙ นั้น เขตควบคุมการแปรรูปไม้เป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดซึ่งโจทก์จะต้องบรรยายมาในฟ้องแต่ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้ระบุว่าที่เกิดเหตุที่จำเลยมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง อยู่ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้แต่อย่างใด แม้ตามฟ้องจะกล่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ โจทก์ก็มิได้ส่งประกาศดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่เกิดเหตุอยู่ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และแม้จะฟังว่าประกาศดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประกาศของรัฐมนตรีดังกล่าวก็หาใช่เป็นกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่ประชาชนรู้กันทั่วไปไม่ คำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายองค์ประกอบความผิดของบทมาตราที่โจทก์ขอให้ลงโทษ เป็นฟ้องไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘(๕) แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยทั้งสองไม่ได้ เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำผิดตามโจทก์ฟ้อง ก็ริบไม้ของกลางไม่ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2023/2520 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ นายสำเริง หนองคาย กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี · ล. - นายสำเริง หนองคาย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สมคิด มงคลชาติ · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายวิเชียร วีรวานิช · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 2135/2518ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1765/2492ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1459/2511ฎีกา 5806/2534ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 848/2534ฎีกา 278/2484ฎีกา 1616/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา