คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2296/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การสมรสที่จดทะเบียนขณะที่ชายมีภริยาอยู่แล้วตามกฎหมายเดิม ถือเป็นโมฆะตามกฎหมาย
* การประนีประนอมยอมความระหว่างผู้รับพินัยกรรม ไม่ตัดสิทธิภริยาที่มิได้รับพินัยกรรมในการขอแบ่งสินสมรส
* อายุความในการฟ้องขอแบ่งสินสมรสระหว่างภริยากับเจ้ามรดกผู้ตาย คือ 10 ปี
ย่อคำพิพากษา
สามีภริยาตามกฎหมายเก่าหย่ากันเมื่อใช้กฎหมายใหม่แล้วต้องทำตามแบบใน มาตรา 1498 เดิม
ชายจดทะเบียนกับหญิงระหว่างที่ชายยังมีภริยาตามกฎหมายเก่าอยู่ การสมรสตามที่จดทะเบียนเป็นโมฆะตาม มาตรา 1490 ไม่ใช่การสมรสเดิมขาดจากกัน
ประนีประนอมยอมความระหว่างผู้รับพินัยกรรม ซึ่งโจทก์ผู้เป็นภริยาเจ้ามรดกมิได้รับพินัยกรรมและไม่มีข้อพิพาทด้วย แม้ได้ลงชื่อในบันทึกข้อตกลงด้วยก็ในฐานะรับให้ทรัพย์สินบางอย่าง ไม่ตัดสิทธิโจทก์ขอแบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์กับเจ้ามรดก
อายุความแบ่งสินสมรสระหว่างภริยากับเจ้ามรดกผู้ตายไม่ใช่ 1 ปี ตาม มาตรา 1754 แต่ 10 ปีตาม มาตรา 164
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางประยงค์ ฤกษะสุต · จำเลย - นางประจง ฤกษะสุต ฯ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา