⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2362/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมอันเป็นเท็จ ไม่ใช่คดีมีทุนทรัพย์ และโจทก์สามารถฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้หากจำเลยเป็นผู้ทำละเมิดสิทธิของโจทก์. การประชุมที่ไม่มีการประชุมจริง ถือเป็นรายงานการประชุมเท็จ และไม่อยู่ภายใต้บังคับอายุความหนึ่งเดือนตามกฎหมาย. ข้อสันนิษฐานตามบัญชีผู้ถือหุ้นและรายงานการประชุม สามารถนำสืบหักล้างได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมของบริษัทอันเป็นเท็จห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับบริษัท มิใช่ฟ้องเรียกหุ้นคืนจากจำเลย ตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็มีประเด็นเพียงว่า โจทก์โอนหุ้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้วหรือไม่ มิใช่โต้เถียงว่าโจทก์ไม่มีหุ้นตามฟ้อง จึงไม่ใช่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์มิได้มีข้อโต้แย้งกับบริษัท แต่จำเลยเป็นผู้กระทำให้สิทธิในหุ้นของโจทก์สิ้นไป เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยตรงและตามคำฟ้องของโจทก์ก็ไม่รับรองว่าจำเลยเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทโดย ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคลหากแต่เป็นผู้ทำละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวได้ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151 ที่ว่าที่ประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้งหรือถอนกรรมการได้ ใช้บังคับเฉพาะผู้ที่เป็นกรรมการโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น การประชุมใหญ่ที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอน มิใช่เป็นการประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบตามความหมายของประมวลกฎมหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 แต่เป็นรายงานการประชุมเท็จ เพราะไม่มีการประชุมกันจริง จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องฟ้องเพิกถอนภายในกำหนดเดือนหนึ่งตามบทบัญญัติดังกล่าว บัญชีผู้ถือหุ้น บันทึกรายงานการประชุมและข้อมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมกรรมการนั้น เป็นแต่เพียงข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องและเป็นไปโดยชอบเท่านั้น จึงอาจนำสืบหักล้างว่าไม่ถูกต้องหรือเป็นไปโดยมิชอบได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1141 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1151 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1191 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1195 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1207

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัท จำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ซึ่งเป็นกรรมการมีอำนาจกระทำแทนบริษัทได้รายงานการประชุมวิสามัญครั้งที่ ๑/๒๕๑๖ ขึ้นฉบับหนึ่ง ทั้งที่มิได้มีการประชุมกัน มีใจความว่าโจทก์โอนหุ้นของโจทก์ให้แก่ ช. และที่ประชุมลงมติเป็นเอกฉันท์ให้เพิ่มทุนบริษัทอีก ซึ่งไม่เป็นความจริง ต่อมาจำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ทำรายงานการประชุมมีข้อความเป็นเท็จว่า ผู้ถือหุ้นของบริษัทลงมติให้เพิ่มทุนได้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๑๑ รู้ความจริงแล้วร่วมกับจำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ร่วมกันจองหุ้นโดยมิได้มีการชำระเงินให้ครบตามที่จดแจ้งไว้ในบัญชีผู้ถือหุ้น การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยคบคิดกันตั้งพรรคพวกเข้าเป็นกรรมการของบริษัทเพื่อครอบงำการบริหารงานของบริษัทโดยทุจริต โจทก์ได้รับความเสียหายขอ ให้ศาลพิพากษาให้จำเลยดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนรายงานการประชุมและรายงานการจดทะเบียนทุกประเภทหลังวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๖ และให้จำเลยทุกคนเว้นแต่จำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ออกไปจากบริษัท ห้ามมิให้เกี่ยวข้องต่อไป จำเลยให้การว่า คณะกรรมการบริษัทได้ประชุมใหญ่และมีมติให้เพิ่มทุนของบริษัท หลังจากนั้นจำเลยจึงซื้อหุ้นที่เพิ่มและชำระค่าหุ้นเต็มราคาจำเลยมิได้สมคบกันทุจริตดังฟ้อง การประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ ๑ มีมติตั้งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ และจำเลยที่ ๙ เป็นกรรมการของบริษัทร่วมกับจำเลยที่ ๑๒ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการแล้ว แม้โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกจากกรรมการของบริษัทตลอดจนห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่เสียหาย โจทก์มิได้ฟ้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่ภายในกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันที่มีมติ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทและยังไม่ได้โอนหุ้นให้กับผู้ใด รายงานการประชุมตามฟ้องเป็นรายงานเท็จจำเลยเข้าหุ้นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้จะนำไปจดทะเบียนก็ไม่มีสิทธิ โจทก์เป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้อง ฟ้องไม่ขาดอายุความ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าเสียหายเพียงใดจึงไม่ให้ค่าเสียหาย พิพากษาให้จำเลยทุกคนดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนรายงานการประชุมและรายงานการประชุมการจดทะเบียนทุกประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้ภายหลังวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๖ ให้จำเลยทุกคนเว้นจำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ออกไปจากบริษัทและส่งมอบกิจการคืนให้กับกรรมการชุดเดิมห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๐ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๘ เป็นเพียงผู้ถือหุ้น สภาพแห่งคำฟ้องไม่เปิดช่องให้จำเลยที่ ๘ ปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอท้ายฟ้องวรรคแรกเฉพาะจำเลยที่ ๘ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และที่ ๘ ถึงที่ ๑๐ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนรายงานการประชุมห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับบริษัท มิใช่ฟ้องเรียกหุ้นคืนจากจำเลย และตามข้อต่อสู้ของจำเลยก็มีประเด็นเพียงว่าโจทก์โอนหุ้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้วหรือไม่ มิใช่โต้เถียงว่าโจทก์ไม่มีหุ้นตามฟ้อง จึงไม่ใช่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ โจทก์มิได้มีข้อโต้แย้งกับบริษัท แต่จำเลยเป็นผู้กระทำให้สิทธิในหุ้นของโจทก์สิ้นไป เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยตรง และตามคำฟ้องของโจทก์ก็ไม่รับรองอยู่แล้วว่า จำเลยกับพวกเข้ามาเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีฐานะเป็นผู้แทนนิติบุคคล หากแต่เป็นผู้ทำละเมิดสิทธิของโจทก์ โจทก์โดยส่วนตัวจึงฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวให้ส่งมอบกิจการคืนแก่กรรมการบริษัทที่มีอยู่โดยชอบด้วยกฎหมายก่อนจำเลยเข้าครอบงำกิจการของบริษัทเพื่อประโยชน์ของโจทก์เองได้ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๕๑ ที่ว่าประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้งหรือถอนกรรมการได้ ใช้บังคับแต่เฉพาะผู้ที่เป็นกรรมการโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น การประชุมใหญ่ที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอน มิใช่เป็นการประชุมใหญ่ที่ผิดระเบียบตามความหมายที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๕ แต่เป็นรายงานการประชุมเท็จ เพราะไม่มีการประชุมกันจริง จึงไม่อยู่ในบังคับให้ต้องฟ้องเพิกถอนภายในกำหนดตามบทบัญญัติดังกล่าว บัญชีผู้ถือหุ้น บันทึกรายงานการประชุมและข้อมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมกรรมการนั้น เป็นแต่เพียงข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้องและเป็นไปโดยชอบเท่านั้น จึงอาจนำสืบหักล้างว่าไม่ถูกต้องหรือเป็นไปโดยมิชอบได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนเพิกถอนรายงานการประชุมนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเป็นกรรมการบริษัทโดยมิชอบ จึงไม่มีอำนาจดำเนินการใด ๆ การจดทะเบียนเพิกถอนรายงานการประชุมต้องดำเนินการโดยกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งโดยชอบ และเห็นว่าเมื่อคดีฟังได้ว่ารายงานการประชุมลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๖ เป็นเท็จ การจดทะเบียนและการกระทำใด ๆ ของจำเลยทุกคนต่อบริษัทหรือในนามของบริษัทภายหลังจากนั้น ย่อมไม่มีผลผูกพันบริษัท ดังนั้น จำเลยจึงต้องส่งมอบกิจการคืนให้บริษัทตามสภาพที่เป็นอยู่ก่อนที่ได้มีการจดทะเบียนรายงานการประชุมลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๖ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทุกคนเว้นจำเลยที่ ๑๒ ที่ ๑๓ ออกไปจากบริษัท ให้ส่งมอบกิจการของบริษัทในสภาพที่เป็นอยู่ก่อนมีการจดทะเบียนรายงานการประชุมลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๑๖ ให้กับกรรมการบริษัทชุดเดิม ห้ามเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือประโยชน์ของบริษัทที่มีอยู่หรือเกิดขึ้นตามฐานะเดิมของบริษัท คำขอนอกจากนี้ให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2362/2520 นายวสันต์ วีรมนัส โจทก์ พลเรือเอก หม่อมเจ้ากาฬวรรณดิส ดิสกุล กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวสันต์ วีรมนัส · ล. - พลเรือเอก หม่อมเจ้ากาฬวรรณดิส ดิสกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สงวน สิทธิไชย · อุดม ทันด่วน · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา