⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2539/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นก่อนหรือหลังในคดีที่ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมในคืนเดียวกัน ไม่ใช่สาระสำคัญของคำฟ้อง แต่เป็นเพียงรายละเอียดเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหา หากข้อเท็จจริงที่ได้ความแตกต่างจากที่บรรยายฟ้องบ้าง แต่ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของข้อหา ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

คำบรรยายฟ้องในเรื่องจำเลยปล้นทรัพย์ผู้เสียหายคนหนึ่งก่อนหรือหลังผู้เสียหายอีกคนหนึ่งในคดีที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายในคืนเดียวกันหลายรายด้วยกัน ย่อมไม่เป็นสารสำคัญของคำฟ้องเป็นแต่เพียงรายละเอียดเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาเท่านั้น และเมื่อจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้หากทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามสารสำคัญของคำฟ้องแล้ว ศาลก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยร่วมกันปล้นทรัพย์ ด.แล้วจึงไปปล้นทรัพย์ของ ม.ทีหลัง แต่ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยปล้นทรัพย์ ม.ก่อนแล้วจึงไปปล้น ด. ซึ่งทำให้ข้อเท็จจริงต่างกับฟ้องบ้างก็ตาม ก็หาใช่สารสำคัญไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ก.เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๘ เวลากลางคืนก่อนเที่ยงจำเลยใช้เรือยนต์เป็นยานพาหนะและใช้อาวุธปืนที่ติดตัวขู่เข็ญปล้นทรัพย์นายแดง ข. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก.หลังจากจำเลยปล้นทรัพย์ดังกล่าวแล้วจำเลยได้ปล้นนายตอแหด ค. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก. เมื่อจำเลยปล้นทรัพย์ดังกล่าวในข้อ ข. แล้ว จำเลยได้ปล้นทรัพย์นายหมาด ง. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก. เมื่อจำเลยปล้นทรัพย์ดังกล่าวในข้อ ค. แล้วจำเลยได้ปล้นทรัพย์นายหีม หรือ นิรันต์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒, ๑๔, ๑๕ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๒๗,๔๒๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดฐานปล้นนายหมาด นายตอแหด และจำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานชิงทรัพย์นายหีมด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๓๔๐ ตรี, ๓๓๙ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔, ๑๕ แต่การกระทำของจำเลยต่อเนื่องเป็นกรรมเดียวกัน จึงเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ วรรคสอง, ๓๔๐ ตรี จำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คนละ ๑๘ ปี ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ คืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ด้วยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถึงแม้ฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยร่วมกันปล้นทรัพย์นายแดง แล้วจึงไปปล้นทรัพย์ของนายหมาดทีหลัง แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยปล้นทรัพย์นายหมาดก่อน แล้วจึงไปปล้นนายแดงซึ่งทำให้ข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความต่างฟ้องบ้างก็ตาม แต่คำบรรยายฟ้องของโจทก์ในเรื่องจำเลยปล้นทรัพย์ผู้เสียหายก่อนหรือหลังในคดีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคนร้ายปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายในคืนเดียวกันหลายรายด้วยกัน ย่อมไม่เป็นสารสำคัญของคำฟ้องเป็นแต่เพียงรายละเอียดเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาเท่านั้น และเมื่อจำเลยมิได้หลงข้อต่อสู้ หากทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามสารสำคัญของคำฟ้องแล้ว ศาลก็ย่อมมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยและบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2539/2520 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายอับ หรือ สมาน ละเมาะ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · ล. - นายอับ หรือ สมาน ละเมาะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประภาศน์ อวยชัย · ชลูตม์ สวัสดิทัต · พัลลภ สังโขบล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายดุสิต เพชรปลูก · ศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา