⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 352/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนที่วินิจฉัยถึงสิทธิในทรัพย์สินแล้ว ย่อมผูกพันคู่ความในประเด็นแห่งคดีนั้น และคู่ความจะยกข้ออ้างเดิมที่เคยยกขึ้นต่อสู้หรือควรจะได้ยกขึ้นต่อสู้ในคดีก่อนนั้นมาเป็นข้อต่อสู้ในคดีใหม่ไม่ได้อีก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อคำพิพากษาในคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้วฟังว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสองอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าจากบิดาโจทก์ เช่นนี้ เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่เรียกค่าเสียหายจากจำเลยเป็นคดีใหม่ จำเลยจะยกสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของขึ้นต่อสู้โจทก์อีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดิน ส.ค. ๑ เลขที่ ๓ หรือ ๑๓ หมู่ที่ ๑๐ หรือ ๖ ตำบลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นทรัพย์มรดกของบิดาตกได้แก่โจทก์ซึ่งโจทก์ร้องขอโอนรับมรดก ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จำเลยทั้งสองร้องคัดค้านและโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครนายก ขอให้พิพากษาแสดงว่าที่ทั้งแปลงดังกล่าวเป็นของโจทก์ ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๔/๒๕๑๔ ซึ่งถึงที่สุดโดยศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ต่อมาวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๑๗ จำเลยทั้งสองแถลงต่อศาลไม่ยอมรื้อถอนบ้านเรือนและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่พิพาท โดยอ้างว่าเพราะโจทก์มิได้ฟ้องขับไล่จำเลย จึงขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองกับบริวารรื้อถอนบ้านเรือน ขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่พิพาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๑๒,๓๐๐ บาท และค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๓๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะขนย้ายออกเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่าเคยพิพาทกับโจทก์ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๕๔/๒๕๑๔ และแพ้คดีจริง คดีดังกล่าวจำเลยต่อสู้ครอบครองเป็นเจ้าของมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์รู้ดีว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยละเมิดตั้งแต่วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๔ มิได้ฟ้องเอาคืนการครอบครองภายใน ๑ ปี ขาดอายุความเรียกคืนแล้ว ขอให้ยกฟ้อง วันชี้สองสถานศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานและวินิจฉัยว่านับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังถึงวันฟ้องไม่เกิน ๑ ปี โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่ได้ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารรื้อถอนบ้านและขนย้ายออกไปจากที่พิพาท กับให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ปีละ ๒๕๐ บาท นับแต่วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ ตลอดไปจนกว่าจะรื้อถอนขนย้ายเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเรียกคืนการครอบครอง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติว่าโจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องสิทธิครอบครองที่พิพาท คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยทั้งสองครอบครองโดยอาศัยสิทธิการเช่าจากบิดาโจทก์ ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์จำเลยฟังเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๑๗ โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นเรียกจำเลยสอบถามเรื่องการรื้อถอนขนย้ายออกจากที่พิพาท จำเลยแถลงไม่ยอมออกเพราะโจทก์มิได้ฟ้องขับไล่ โจทก์จึงให้ทนายความบอกเลิกการเช่าและฟ้องขับไล่ เมื่อคดียุติไปแล้วว่าจำเลยทั้งสองอยู่โดยอาศัยสิทธิการเช่าจำเลยจึงยกสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของขึ้นต่อสู้โจทก์อีกไม่ได้ ไม่มีเหตุจะยกมาตรา ๑๓๗๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ขึ้นปรับคดีดังจำเลยฎีกาโต้แย้ง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2520 นางเบญจวรรณ สิงห์ทอง โจทก์ นางทัย หรือไท แซ่ห่าน หรือ ทองสัมฤทธิ์ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเบญจวรรณ สิงห์ทอง · ล. - นางทัย หรือไท แซ่ห่าน หรือ ทองสัมฤทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · สงวน สิทธิไชย · ปรีชา สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายกฤษฎา บุญสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 938/2503ฎีกา 1609/2513ฎีกา 1701/2524ฎีกา 2314/2519ฎีกา 3160/2536ฎีกา 1709-1710/2519ฎีกา 958/2493ฎีกา 1712/2539ฎีกา 3405/2537ฎีกา 8551/2550ฎีกา 2649-2660/2530ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 795/2543ฎีกา 4072/2528ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 79/2501ฎีกา 3345/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา