⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 718/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายใด ต้องระบุบทกฎหมายนั้นในคำขอท้ายฟ้องให้ชัดเจน 2. การที่กฎหมายที่ใช้บังคับภายหลังการกระทำผิดได้บัญญัติให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด หรือมีผลให้ผู้กระทำไม่ต้องรับโทษ ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษาตามกฎหมายใหม่ได้ แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในประเด็นนั้นก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานและทำลายบัตรประจำตัวข้าราชการ แต่ในคำขอท้ายฟ้องมิได้อ้างมาตรา 138, 140, 188 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นบทลงโทษมาด้วยนั้น ย่อมลงโทษจำเลยตามมาตรา 138, 140, 188 ไม่ได้ และการที่โจทก์อ้างประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2 ซึ่งบัญญัติให้เรียงกระทงลงโทษมาด้วย ก็ไม่พอจะอนุมานว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มิได้อ้าง ความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้น แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดในขณะฟ้องและศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษมา แต่เมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 3 ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต นำไปขอรับอนุญาตภายใน 90 วัน โดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานนี้ และแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในประเด็นนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.140 ประมวลกฎหมายอาญา ม.188 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.3 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2477 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจกท์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทต่างกรรมกัน กล่าวคือ ก.จำเลยบังอาจมีอาวุธปืนพกรีวอลเวอร์ชนิดประกอบขึ้นเอง ขนาด .๒๒ จำนวน ๑ กระบอก ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนของพนักงานเจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยกระสุนปืนลูกกรดขนาด .๒๒ (แมกนั่ม) จำนวน ๗ นัด อันเป็นอาวุธปืน กระสุนปืนที่ใช้ยิงได้ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รบใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ข.ขณะสิบตำรวจตรีเสมอ เอี่ยมประชา เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อได้แสดงตัวต่อจำเลยว่าเป็นเจ้าพนักงาน โดยยื่นบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้จำเลยตรวจดู เพื่อทำการจับกุมจำเลยในข้อหาพรากผู้เยาว์ จำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของสิบตำรวจตรีเสมอ เอี่ยมประชา เจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้อาวุธปืนดังกล่าวบังคับขู่เข็ญว่าจะยิงสิบตำรวจตรีเสมอ เอี่ยมประชา กับพวก จนเป็นเหตุให้สิบตำรวจตรีเสมอ เอี่ยมประชา กับพวกจำต้องหลบหนีไปจากที่เกิดเหตุชั่วขณะ ค.จำเลยบังอาจทำให้เสียหาย โดยฉีกทำลายบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจของสิบตำรวจตรีเสมอ เอี่ยมประชา ซึ่งยื่นแสดงแก่จำเลยออกเป็นชิ้นๆ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืน กระสุนปืน และบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจที่ถูกจำเลยทำลายเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ริบอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลาง คืนบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจแก่เจ้าของ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๑,๕๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับตัวข้าราชการตำรวจแก่เจ้าของ โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ข้อหาอื่นโจทก์ไม่ขอให้ลงโทษ โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องข้อ ข. และ ค. ไว้โดยละเอียดพอสมควร จึงพออนุมานได้ว่าโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๑๘๘ ด้วย และไม่ควรรอการลงโทษจำเลย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า ให้รอการลงโทษจำเลยไว้ภายใน ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าการที่โจทก์บรรยายฟ้องไว้ในข้อ ข. และ ค. ว่าจำเลยได้ต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงาน และทำลายบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจ แต่ในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์มิได้อ้างบทมาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๑๘๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นบทลงโทษมาด้วย จะลงโทษจำเลยตามตัวบทกฎหมายดังกล่าวได้หรือไม่ เห็นว่าเมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ได้อ้างบทมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นเป็นความผิด ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๖) และเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์สำหรับการกระทำผิดตามที่บรรยายฟ้องมา จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๓๘, ๑๔๐, ๑๘๘ ไม่ได้ การที่โจทก์อ้างประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ซึ่งบัญญัติให้เรียกกระทงลงโทษมาด้วย ก็ไม่พอจะอนุมานว่าโจทก์ได้ขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มิได้อ้างมาเพื่อลงโทษจำเลยได้และเห็นว่าสำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่นั้น แม้การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดในขณะฟ้อง และศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษมา แต่เมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกาและอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ ยอมให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตนำไปขอรับอนุญาตได้ภายใน ๙๐ วันโดยผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น เมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาในขณะใช้พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดังกล่าว การกระทำของจำเลยก็ยังได้รับการยกเว้นโทษ จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษในความผิดฐานนี้ แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาในประเด็นนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย พิพากษาแก้ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเสียด้วย นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2520 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาวอรพิน วงศ์ขัตติยะ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นางสาวอรพิน วงศ์ขัตติยะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพยุง กลั่นสุภา · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2813/2566ฎีกา 1294/2509ฎีกา 11720/2555ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา