⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 911/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ไม่ใช่เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญาในฐานะผู้เสียหาย และไม่อาจนำอายุความ 10 ปีตามกฎหมายแพ่งมาใช้บังคับแก่คดีได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเพียงผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ของบริษัท ม. โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญา ดังนั้นโจทก์จะอาศัยสิทธิตามกำหนดอายุความตามมาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (คืออายุความ 10 ปี) มาเป็นกำหนดาอายุความไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.45 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.51 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.168 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.448

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าที่ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติคุณในทางการค้าของโจทก์ทั้งอดีตและปัจจุบัน เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ค่าทำให้กิจการของโจทก์เกิดขาดทุนย่อยยับนับแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท และให้เสียดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าใช้เงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า อะไหล่รถจักรยานยนต์ บี.เอ็ม.ดับบลิวที่จำเลยจำหน่าย บางส่วนซื้อมาจากโจทก์ บางส่วนซื้อจากผู้ผลิต ศาลแขวงพระนครเหนือได้พิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่าอะไหล่ที่จำเลยจำหน่ายเป็นอะไหล่ที่แท้จริงไม่ใช่ของปลอม จำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน ๑ ปีแล้ว จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ทราบเรื่องละเมิดของจำเลยทั้งสองตั้งแต่เข้าไปเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญาหมายเลขแดงที่๗๐๖๔/๒๕๑๐ ของศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว โจทก์ไม่ฟ้องคดีภายใน ๑ ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้ในคดีอาญาศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเสร็จเด็ดขาดฐานเอาเครื่องหมาย บี.เอ็ม.ดับบลิว มาใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ แต่บริษัทเมเยอร์ริสต์มอเตอร์เอนเวอร์ค เอ.จี ประเทศเยอรมันได้ทำสัญญาให้โจทก์เป็นเพียงผู้แทนจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว เท่านั้น โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายที่จะฟ้องทางแพ่งเนื่องจากความผิดทางอาญา หากโจทก์จะมีการเสียหายจริงก็เป็นการเสียหายประการอื่นที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑ อายุความฟ้องร้องของโจทก์ต้องบังคับตามหลักทั่วไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ เมื่อโจทก์รู้ว่าจำเลยทำละเมิดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ แต่มาฟ้องเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ (ที่ถูกฟ้องเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖) คดีจึงขาดอายุความแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า บริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเจอร์ค เอ.จี ประเทศเยอรมันเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า "บี.เอ็ม.ดับบลิว" ได้ตกลงให้แต่ผู้เดียวในประเทศไทย ต่อมาปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ขายเครื่องอะไหล่เครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือได้ฟ้องจำเลยทั้งสองทางคดีอาญา และบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี โดยนายสกล เตชะพูนผล (ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทโจทก์ในคดีนี้) ผู้รับมอบอำนาจได้เป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือด้วย ผลของคดีที่จำเลยทั้งสองถูกฟ้องนั้นถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองได้สั่งเครื่องอะไหล่รถจักรยานยนต์ของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี. โจทก์ร่วมจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ในการนี้จำเลยติดเครื่องหมาย บี.เอ็ม.ดับบลิว อันเป็นเครื่องอหมายของโจทก์ร่วมไว้ที่หน้าห้างจำเลย ทั้งพิมพ์เครื่องหมายนี้ไว้ในนามบัติของจำเลยด้วยโดยไม่มีอำนาจที่จะนำมาใช้ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นการค้าของโจทก์ร่วม เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๒ (๑) ให้ปรับจำเลยคนละ ๓,๐๐๐ บาท ดังปรากฎตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๕๙๑/๒๕๑๓ ศาลฎีกาเห็นว่า ในคดีอาญาที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดเกี่ยวกับการค้า เพราะจำเลยทั้งสองเอาเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี ไปใช้ในการประกอบการค้าของจำเลยเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นการค้าของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี บริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว จึงเป็นผู้เสียหาย ส่วนโจทก์เป็นเพียงผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายดังกล่าวของบริษัทเมเยอร์รีสต์มอเตอร์เรนเวอร์ค เอ.จี.เท่านั้น โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านี้ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญาดังกล่าวได้ ฉะนั้นโจทก์จะอาศัยสิทธิตามกำหนดอายุความในมาตรา ๑๖๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (คืออายุความ ๑๐ ปี) มาเป็นกำหนดอายุความหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 911/2520 บริษัทบางกอกโนเวลตี จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดกุลธรเอ็นจิเนียริ่ง กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบางกอกโนเวลตี จำกัด · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดกุลธรเอ็นจิเนียริ่ง กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · สนับ คัมภีรยส · สมชัย ทรัพยวณิช
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 5095/2556ฎีกา 4513/2533ฎีกา 6560/2555ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา