คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ ไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกง หากไม่มีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงเพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สิน และไม่มีเจตนาทุจริตที่จะไม่ปฏิบัติตามสัญญาตั้งแต่แรก
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องของโจทก์ตามบันทึกคำฟ้องและบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจา โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งอย่างไร ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยหลอกลวงว่าสามารถนำยาสีฟันไปจำหน่ายได้ ก็ปรากฏตามฟ้องโจทก์เองว่าจำเลยสามารถจำหน่ายยาสีฟันได้แล้วไม่นำเงินมาให้ผู้เสียหาย โจทก์ก็ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะไม่นำเงินที่จำหน่ายยาสีฟันได้มาให้ผู้เสียหายตั้งแต่แรก จึงเป็นเรื่องจำเลยไม่ปฏิบัติตามที่บอกผู้เสียหายไว้เท่านั้น กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องด้วยวาจาว่า จำเลยบังอาจหลอกลวงนายธีระพล วีระญาณนนท์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทโอเชี่ยน เทรดดิ้ง จำกัด ว่าจำเลยมีความสามารถนำยาสีฟันโคซินไปจำหน่ายให้แก่บุคคลอื่นได้ แล้วจะนำเปอร์เซ็นจากการขายมาส่งมอบให้แก่บริษัท จนนายธีระพลผู้เสียหายหลงเชื่อและได้มอบยาสีฟันคิดเป็นเงิน ๑๐,๓๑๔ บาทให้แก่จำเลยเมื่อจำเลยขายสินค้าดังกล่าวได้แล้ว ไม่ได้นำเงินดังกล่าวมามอบให้นายธีระพลผู้เสียหายจึงเป็นการหลอกลวงผู้เสียหายเอายาสีฟันดังกล่าวไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ ฯลฯ
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ตามบันทึกคำฟ้องและบันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจา โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยสามารถนำยาสีฟันไปจำหน่ายแก่บุคคลอื่นได้ และจะนำเปอร์เซ็นจากการขายมาให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อได้มอบยาสีฟันให้จำเลยไป จำเลยขายยาสีฟันได้แล้วไม่นำเงินมาให้ผู้เสียหาย โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้หลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งอย่างไร ข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยหลอกลวงว่าสามารถนำยาสีฟันไปจำหน่ายได้นั้น ก็ปรากฏตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เองว่าจำเลยสามารถจำหน่ายยาสีฟันได้จริง จึงไม่เป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จแต่อย่างใด ส่วนการที่จำเลยจำหน่ายยาสีฟันได้แล้วไม่นำเงินมาให้ผู้เสียหายนั้น โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตที่จะไม่นำเงินที่จำหน่ายยาสีฟันได้มาให้ผู้เสียหายตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามที่บอกไว้เท่านั้น กรณีเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง การกระทำของจำเลยตามฟ้องไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ ฯลฯ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 97/2520
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสุวิทย์ ชินวิไล หรือแซ่ตัน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุวิทย์ ชินวิไล หรือแซ่ตัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ภิญโญ ธีรนิติ · สมคิด มงคลชาติ · พัลลภ เสถียรธรรมกิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา