⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1157/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยต้องรับผิดค่าเสียหายในอนาคตอันเกิดจากการละเมิด แม้ค่าเสียหายนั้นจะยังไม่เกิดขึ้นในขณะที่พิพากษา แต่หากพิสูจน์ได้ว่าค่าเสียหายนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอนในภายหน้า ศาลจะกำหนดให้จำเลยรับผิดตามจำนวนที่คาดว่าจะต้องเสียไป.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ถูกจำเลยขับรถชน ร่างกายโจทก์พิการ เดินไม่ได้แขนขวาเป็นอัมพาต ต้องนอนอยู่กับเตียง อันเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการที่จำเลยทำละเมิดขับรถชนโจทก์ ตามลักษณะเห็นได้ว่าร่างกายโจทก์ต้องพิการและเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต โจทก์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเวลาอนาคตจำเลยก็ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดค่าเสียหายในอนาคตเป็นเวลา 5 ปีเมื่อปรากฏว่าโจทก์ถึงแก่กรรมหลังจากวันฟ้อง 3 ปี 1 เดือน ศาลก็กำหนดให้จำเลยรับผิดค่าเสียหายในอนาคตนับจากวันฟ้องไปอีกเพียง 3 ปี 1 เดือน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกเล็ก ได้ขับรถชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นคนพิการ จึงขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งที่โจทก์ต้องเสียไปแล้วและที่จะต้องเสียต่อไปในอนาคตเป็นเวลา 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุที่เกิดรถชนไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ คือ ค่ารถแท็กซี่ที่ภริยาโจทก์ต้องไปดูแลโจทก์ที่โรงพยาบาลเป็นเงิน 2,250 บาท ค่าจ้างคนดูแล 5,000 บาท ค่ายาและค่านวด 750 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ได้จ่ายไปแล้ว และให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีกด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 1,750 บาท และให้จำเลยร่วมกันจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีก 5,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลให้อีก จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลเป็น 1,750 บาทนั้น เกินสมควร และโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายในอนาคต ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่ารักษาพยาบาลก่อนฟ้องเป็นเงิน 1,750 บาทนั้นน้อยเกินไป ควรกำหนดให้ 2,500 บาท ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตหรือไม่นั้น เห็นว่าหลังจากโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ร่างกายโจทก์ยังพิการ เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ แขนขวาเป็นอัมพาต ต้องนอนอยู่กับเตียง อันเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดขับรถชนโจทก์ตามลักษณะเห็นได้ว่าร่างกายโจทก์ต้องพิการและเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเวลาอนาคต จำเลยก็ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 และที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ค่ารักษาพยาบาลในอนาคตเป็นเงิน 5,000 บาทนั้นน้อยไป ควรกำหนดให้เป็นรายเดือน เดือนละ 750 บาท โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดค่ารักษาพยาบาลในอนาคตเป็นเวลา 5 ปี เมื่อปรากฏว่าโจทก์ถึงแก่กรรมหลังจากวันฟ้อง 3 ปี 1 เดือน จึงให้จำเลยรับผิดต่อไปอีกเพียง 3 ปี 1 เดือน เป็นเงิน 27,750 บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่ารักษาพยาบาลก่อนฟ้องเป็นเงิน 2,500 บาท และค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีก 27,750 บาท แก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2521 ร้อยเอกมงคล ชิตชอบ ฯ โจทก์ นายสวัสดิ์ อัคคะพู กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยเอกมงคล ชิตชอบ ฯ · จำเลย - นายสวัสดิ์ อัคคะพู กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา