⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1626/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2521

ป.พ.พ. ม.1304, 1308, 1382

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่งอกริมตลิ่งย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น และหากที่ดินนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกันโดยไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่น เจ้าของรวมย่อมมีสิทธิในที่งอกนั้นร่วมกันตามส่วน.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 บัญญัติว่า ที่ดินแปลงใดเกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น เมื่อโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนดแปลงหนึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน ไม่ระบุว่าส่วนของคนใดมีเท่าใด และไม่มีข้อตกลงเรื่องที่งอกเป็นอย่างอื่น ต้องถือว่าโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์เท่า ๆ กัน เมื่อยังไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองโดยเด็ดขาด จำเลยจะอ้างว่าครอบครองยึดถือที่งอกแต่ผู้เดียวมิได้ เพราะเป็นกรณียึดถือแทนโจทก์เจ้าของรวมด้วย โจทก์จำเลยจึงเป็นเจ้าของที่งอกจากที่ดินโฉนดนี้ร่วมกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1308 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 10568 ด้านทิศตะวันตกติดแม่น้ำเจ้าพระยามีที่งอกออกไป โจทก์จำเลยครอบครองร่วมกันตลอดมายังไม่มีการแบ่งแยกเป็นส่วนสัด โจทก์ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดแบ่งแยกที่ดินตามโฉนดและที่งอกดังกล่าวระหว่างโจทก์กับจำเลยคนละครึ่ง จำเลยคัดค้าน ขอศาลบังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินรวมทั้งที่งอกคนละครึ่ง จำเลยให้การว่า ที่ดินด้านหน้าทางทิศตะวันตกดังกล่าวเป็นที่ดินอีกแปลงหนึ่งแยกออกจากโฉนดที่ 10568 และเป็นของจำเลยผู้เดียว จำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัยมา 40 ปีเศษ ได้แจ้งการครอบครองว่าเป็นของจำเลยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498โจทก์ไม่เคยเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยไม่ขัดข้องในการแบ่งแยกที่ดินในโฉนดที่ 10568 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดที่ 10568 กับที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินของโฉนดแปลงนี้ให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า เอกสาร ส.ค. 1 ที่จำเลยอ้างส่งศาลแสดงว่าที่งอกเป็นที่ดินคนละส่วนต่างหากจากที่ดินในโฉนด จำเลยครอบครองมาฝ่ายเดียว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งหน้าที่ดินโฉนดที่ 10568ดังฟ้อง และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 บัญญัติว่าที่ดินแปลงใด เกิดที่งอกริมตลิ่ง ที่งอกย่อมเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้น โจทก์จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 10568 จึงเป็นเจ้าของที่งอกจากที่ดินโฉนดนี้ร่วมกัน จำเลยฎีกาว่ามีเอกสาร ส.ค. 1 แสดงว่าที่งอกแยกต่างหากจากที่ดินโฉนด ปรากฏว่าจำเลยเคยแจ้ง ส.ค. 1 เพราะไม่รู้เขตโฉนด จึงแจ้งตามที่ครอบครอง ซึ่งมีที่ดินโฉนดอื่นรวมอยู่เป็นเนื้อที่ทั้งหมด 2 ไร่เศษ ไม่มีระบุถึงส่วนที่งอกแยกออกต่างหาก ไม่มีผลให้ที่งอกแยกออกเป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินโฉนดที่ 10568 ตามโฉนดที่ 10568 โจทก์จำเลยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันไม่ระบุว่าส่วนของคนใดมีเท่าใด และไม่มีข้อตกลงเรื่องที่งอกเป็นอย่างอื่นต้องถือว่าโจทก์จำเลยมีกรรมสิทธิ์เท่า ๆ กัน เมื่อยังไม่มีการแบ่งแยกการครอบครองโดยเด็ดขาด การที่จำเลยอ้างว่า ครอบครองยึดถือที่พิพาทผู้เดียวก็ต้องถือว่ายึดถือแทนโจทก์เจ้าของรวมด้วย จำเลยจะถือเอากรรมสิทธิ์ที่พิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียวหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2521 นางจำเนียร พูลป้อม หรือมีบุญกิจ โจทก์ นายพยอม หรือขวัญ มีบุญกิจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจำเนียร พูลป้อม หรือมีบุญกิจ · จำเลย - นายพยอม หรือขวัญ มีบุญกิจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวรรณพ กองวารี · ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 726/2493ฎีกา 7275/2560ฎีกา 3375/2532ฎีกา 734/2516ฎีกา 1534/2565ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 1360/2555ฎีกา 13566/2558ฎีกา 609/2522ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2775/2541ฎีกา 3081/2527ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา