⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 175/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่าไม่มีสิทธิครอบครองทรัพย์สินที่เช่า และผู้ให้เช่าต้องชดใช้ค่าแห่งทรัพย์สินที่ผู้เช่าได้สร้างขึ้นในที่ดินของผู้ให้เช่าตามมูลค่าที่เป็นคุณประโยชน์แก่ผู้ให้เช่า.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทำสัญญาตกลงกับจำเลย ให้จำเลยสร้างโรงภาพยนตร์และตึกแถวลงในที่ดินของโจทก์ด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยเองโดยโจทก์ต้องยอมให้จำเลยเช่ามีกำหนด 20 ปี จำเลยผิดสัญญาในการก่อสร้างตามที่ตกลงกันไว้ โจทก์ได้บอกเลิกสัญญากับจำเลยโดยชอบแล้ว ดังนี้ สัญญาและข้อผูกพันต่าง ๆ ในสัญญาก่อสร้างต้องสิ้นสุดลงจำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะเช่าหรือครอบครองโรงภาพยนตร์และตึกแถวตามสัญญานั้นอีกต้องคืนที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้โจทก์ส่วนโจทก์ก็ต้องชดใช้ค่าก่อสร้างอันเป็นผลงานที่จำเลยสร้างลงไปให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ได้ทำสัญญาให้จำเลยสร้างโรงภาพยนตร์ 1 โรง และตึกแถว 15 คูหา ลงในที่ดินของโจทก์ตามแบบแปลน เมื่อสร้างเสร็จโจทก์ยอมให้จำเลยเช่าโรงภาพยนตร์และตึกแถวมีกำหนด 20 ปี ต่อมาจำเลยก่อสร้างโรงภาพยนตร์และตึกแถวผิดจากสัญญาและแบบแปลน ทั้งสร้างล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว จึงขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนโรงภาพยนตร์และตึกแถวออกไป จากที่ดินโจทก์ ให้จำเลยส่งมอบที่ดินในสภาพที่ดีดังเดิม ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องอีกกับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้วกรณีต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 มาปรับแก่คดีกล่าวคือคู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม บรรดาการงานอันได้กระทำและให้เป็นการยอมให้ใช้ทรัพย์นั้น การที่จะชดใช้คืนให้ใช้เงินตามควรค่าแห่งการนั้น ๆ แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย คดีนี้จำเลยได้ก่อสร้างโรงภาพยนตร์และตึกแถวลงในที่ดินของโจทก์เสร็จแล้ว การที่จะให้คู่สัญญากลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมได้ก็ด้วยการที่จำเลยต้องคืนที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ และโจทก์ต้องชดใช้ค่าก่อสร้างอันเป็นผลงานที่จำเลยได้สร้างลงไปแล้วเท่านั้น จะให้คืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมโดยให้จำเลยต้องรื้อโรงภาพยนตร์และตึกแถวออกไปโดยโจทก์มิได้ชดใช้ค่าก่อสร้างอันเป็นผลงานที่จำเลยทำลงไปแล้วให้จำเลยไม่ได้ เพราะเท่ากับจำเลยไม่ได้คืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมเนื่องจากต้องเสียหายแต่ฝ่ายเดียว ส่วนคำขอที่ให้ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินนี้ต่อไปนั้นวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาและข้อผูกพันต่าง ๆ ในสัญญาก่อสร้างก็ต้องสิ้นสุดกันไปด้วย จำเลยไม่มีสิทธิเช่าหรือครอบครองโรงภาพยนตร์และตึกแถวตามที่กำหนดไว้ในสัญญาก่อสร้างนั้นอีก พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2521 นางชะโลม เทพพิไสย กับพวก โจทก์ นายหวน รัตนงาม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชะโลม เทพพิไสย กับพวก · จำเลย - นายหวน รัตนงาม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิทยา มงคล · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1195/2511ฎีกา 5238/2542ฎีกา 4071/2533ฎีกา 265/2510ฎีกา 223-235/2525ฎีกา 1667/2535ฎีกา 7138/2544ฎีกา 1025/2487ฎีกา 716/2525ฎีกา 367/2517ฎีกา 4921/2549ฎีกา 7705/2544ฎีกา 4179/2539ฎีกา 2732/2522ฎีกา 9652/2539ฎีกา 119/2540ฎีกา 4265/2539ฎีกา 4580/2528ฎีกา 6135/2540ฎีกา 3505/2543ฎีกา 2474/2516ฎีกา 6152/2544ฎีกา 4425/2565ฎีกา 1710/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา