⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4265/2539

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4265/2539

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากผู้ซื้อทรัพย์สินที่ประมูลได้ ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราคาทรัพย์สินนั้น - ข้อสัญญาที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อจ่ายเงินเพิ่มเติมเมื่อเลิกสัญญา มีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ - การฟ้องเรียกราคารถยนต์เช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อ ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี - ค่าติดตามยึดรถยนต์เช่าซื้อคืนและค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ มิใช่เงินที่ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อ จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยในอัตราที่กำหนดไว้ในสัญญา แต่ให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์แต่ผิดสัญญา โจทก์ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อออกประมูลขายไปตามใบเสร็จรับเงินซึ่งระบุว่า ค่าประมูลรถยนต์ 365,000 บาทภาษีมูลค่าเพิ่ม 25,550 บาท ยอดรวม 390,550 บาท เมื่อปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องกันเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2533 ก่อนที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 ซึ่งเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มจะใช้บังคับ การที่โจทก์ได้รับเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 25,550 บาท จากผู้ซื้อนำไปจ่ายให้แก่รัฐ เป็นการปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเท่านั้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม 25,550 บาท จึงถือไม่ได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของราคารถยนต์ที่ประมูลขายได้ ข้อสัญญาที่ว่า ผู้เช่าซื้อต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนที่จ่ายเป็นค่าเช่าซื้อแล้วจะเท่ากับครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินทั้งหมดที่จะต้องจ่ายถ้าหากว่าการเช่าซื้อดำเนินต่อไปตลอดระยะเวลาแห่งสัญญานั้น ข้อตกลงเช่นนี้เป็นข้อกำหนดค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์ไว้ล่วงหน้ากรณีเลิกสัญญา เป็นการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับ และในกรณีฟ้องเรียกราคารถยนต์เช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ตามสัญญาเช่าซื้อเช่นนี้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงต้องใช้อายุความสิบปีตาม ป.พ.พ.มาตรา 190/30 มิใช่อายุความหกเดือนตามมาตรา 563 ราคารถยนต์เช่าซื้อที่ยังขาดอยู่ ค่าติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและค่าใช้ทรัพย์หรือค่าขาดประโยชน์ มิใช่เงินอื่นใดที่ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าซื้อ โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีตาม ป.พ.พ.มาตรา 224 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.563 ประมวลรัษฎากร ม.82

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เกียรตินาคิน จำกัด · จำเลย - นายสกล มิ่งจิรสุข กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมพงษ์ สนธิเณร · สมภพ โชติกวณิชย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปราโมทย์ ชพานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพลรัตน์ ประทุมทาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 1781/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 5434/2536ฎีกา 4873/2528ฎีกา 8021/2549ฎีกา 6695/2548ฎีกา 615/2531ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550ฎีกา 75/2481ฎีกา 462/2507ฎีกา 601/2537ฎีกา 369/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา