คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สิทธิเรียกทรัพย์คืนที่กระทำเพื่อชำระหนี้ในนิติกรรมที่เป็นโมฆะ ย่อมเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับทรัพย์นั้น
* อายุความเรียกร้องให้คืนทรัพย์สินอันเกิดจากลาภมิควรได้ เริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน
* การอ้างว่าไม่รู้กฎหมายที่บัญญัติว่าการซื้อขายที่มิได้ทำต่อเจ้าพนักงานเป็นโมฆะ ต้องแสดงพฤติการณ์พิเศษเฉพาะตัว
ย่อคำพิพากษา
สิทธิเรียกทรัพย์คืนที่กระทำเพื่อชำระหนี้ในนิติกรรมที่เเปนโมคะนั้น ย่อมเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับ
ซื้อขายที่ดินทำกันเอง ผู้ซื้อฟ้องบังคับตามสัญญา แต่ถูกสาลยกฟ้อง ผู้ซื้อจึงมาฟ้องเรียกราคาคืนถานลาภมิควนได้นั้น ต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันผู้ซื้อว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ไม่ใช่เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่คดีก่อนถึงที่สุด
เมื่อมีกดหมายบัญญัติว่าการซื้อขายที่มิได้ทำต่อเจ้าพนักงานเปนโมคะแล้วก็ต้องถือว่าบุคคลรู้บทบัญญัตินั้น ผู้ใดอ้างว่าไม่รู้จะต้องแสดงพรีติการณ์พิเสสเฉพาะตัว
เรื่องใช้สิทธิเลิกสัญญาอาดนับอายุความ นับแต่วันมีคำพิพากสาให้เลิกสัญญาต่อกัน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่าจำเลยขายนาให้โจท มอบนาให้โจทแล้วกลับเอาคืน โจทฟ้องเรียกสาลพิพากสาว่าสัญญานั้นเปนโมคะ เพราะทำไม่ถูกแบบ โจทจึงมาฟ้องเรียกเงินราคาคืน
จำเลยให้การหลายประการและว่า เปนการฟ้องซ้ำและคดีขาดอายุความ
สาลจังหวัดเชียงใหม่เห็นว่าไม่ใช่ฟ้องซ้ำ และคดีไม่ขาดอายุความเพราะไม่พ้นระยะเวลา ๑ ปี แต่เห็นว่าโจทสืบไม่สมว่าจำเลยรับเงินจากโจท จึงพิพากสายกฟ้อง
โจทอุธรณ์ สาลอุธรณ์ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทตามฟ้อง
จำเลยดีกา สาลดีกาวินิจฉัยว่าในเรื่องลาภมิควนได้นั้น ตามประมวลแพ่ง ฯมาตรา ๔๑๙ ห้ามฟ้องคดีเมื่อพ้น ๑ ปีนับแต่วันรู้หรือควนรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน สาลดีกาเห็นว่าสิทธิเรียกทรัพย์คืนที่กะทำเพื่อชำระหนี้ย่อมเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่าย ๑ ได้รับทรัพย์นั้นมาโดยปราสจากมูลอันจะอ้างกดหมายได้ เพราะโมคะกัม ต่างกับเรื่องใช้สิทธิเลิกสัญญาตามมาตรา ๓๙๑ ซึ่งสิทธิที่จะเรียกให้กลับคืนสู่ถานะเดิมอาดนัยแต่วันมีคำพิพากสาให้เลิกสัญญาต่อกันในคดีคำพิพากสาคดีก่อนจึงมิใช่คำพิพากาสาที่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องลาภมิควนได้ สิทธิของโจทที่จะเรียกลาภมิควนได้จากจำเลยนับแต่วันที่จำเลยรับเงินจากโจท และคำว่านับแต่เวลาที่รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืนตามมาตรา ๔๑๙ นั้นหาได้หมายถึงเวลาที่ผู้เสียหายรู้กดหมายไม่
ตามธัมดาเมื่อมีกดหมายบัญญัติว่า การซื้อขายที่ดินที่มิได้จดทเบียนต่อเจ้าพนักงานเปนโมคะแล้ว ต้องถือว่าบุคคลทุกคนรู้บทบัญญัตินี้ ผู้ได้อ้างว่าไม่รู้จะต้องแสดงให้เห็นพรึติการน์พิเสสเฉพาะตัว แต่โจทมิได้แสดง คดีนี้หย่างน้อยโจทก็ควนจะรู้ตั้งแต่วันจำเลยขัดขวางยึดเอาที่นาคืน คดีของโจทจึงขาดอายุความพิพากสายกฟ้องโจทยืนตามสาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2487
นายอ้าย ยาดฝูง โจทก์
นายโอค นิกาแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอ้าย ยาดฝูง · จำเลย - นายโอค นิกาแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · คง อิสรภักดี · ย.เลขวนิชธัมวิทักส์. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเทียบ สุจารีกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา