⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2492/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย: * การริบสิ่งของที่ใช้หรือได้มาโดยการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. การประมงฯ เป็นอำนาจดุลพินิจของศาล * คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่แก้เฉพาะเรือของกลางให้ไม่ริบ ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อยที่ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 69 ที่กำหนดว่าสิ่งของที่ใช้หรือได้มาโดยการกระทำผิด ศาลจะริบเสียก็ได้ เป็นการให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะเรือของกลางที่ศาลชั้นต้นให้ริบเป็นไม่ริบก็เป็นการใช้ดุลพินิจและเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตา โดยมิได้รับการยกเว้นให้กระทำได้ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยโจทก์แนบประกาศกระทรวงดังกล่าวมาท้ายฟ้องด้วย ประกาศที่แนบมาท้ายฟ้องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง ซึ่งตามประกาศดังกล่าว ยกเว้นให้ใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตาที่มีขนาดตาอวน 47 มิลลิเมตร(4.7 เซนติเมตร) หรือโตกว่า และได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมงไว้ชัดเจนแล้วรับฟังได้ว่าฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงขนาดตาอวนของกลางที่มีขนาดเล็กกว่า 4.7 เซนติเมตร ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดคดีนี้ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.5 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.32 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.69 พระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 ม.70

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 32(1)(2)และ (5) แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศห้ามโดยเด็ดขาด มิให้บุคคลใดใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตาทำการจับปลาทูในอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน ถึงวันที่ 14กรกฎาคม ทุกปี ประกาศดังกล่าวได้ปิดประกาศไว้แล้ว ปรากฏตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง จำเลยทั้งแปดได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยทั้งแปดร่วมกันใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตามีสายพาน 1 ปาก ใช้กับเรือยนต์ 1 ลำทำการประมงจับปลาทูโดยมิได้รับยกเว้นให้กระทำได้ ตามประกาศดังกล่าวอันเป็นการฝ่าฝืนประกาศดังกล่าว ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมงพ.ศ. 2490 มาตรา 5, 32, 69, 70 พระราชบัญญัติการประมง (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2496 มาตรา 10 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 105 (พ.ศ. 2515)ข้อ 5 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ ริบของกลาง จำเลยทั้งแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุกคนละ 6 เดือนปรับคนละ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งจำคุกคนละ3 เดือน ปรับคนละ 400 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ภายใน 2 ปี ของกลางริบ จำเลยทั้งแปดอุทธรณ์ขอไม่ให้ริบอวนและเรือของกลาง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบเรือของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ริบเรือของกลาง จำเลยทั้งแปดฎีกาขอให้สั่งคืนอวนของกลาง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ริบเรือของกลางนั้น เห็นว่าตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 69 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 105 ข้อ 5 ที่กำหนดว่าสิ่งของที่ใช้หรือได้มาโดยการกระทำผิด ศาลจะริบเสียก็ได้ เป็นการให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เฉพาะเรือของกลางที่ศาลชั้นต้นให้ริบเป็นไม่ริบ ก็เป็นการใช้ดุลพินิจและเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยในปัญหานี้ตามข้อฎีกาของโจทก์ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า อวนของกลางมีตาอวนเล็กกว่า 4.7 เซนติเมตร จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตา โดยมิได้รับการยกเว้นให้กระทำได้ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยโจทก์แนบประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องกำหนดฤดูปลาทูมีไข่และห้ามมิให้ใช้เครื่องมือบางชนิดจับปลาทู และกำหนดขนาดตาของเครื่องมือบางชนิดในฤดูมีปลาทูขนาดเล็กมาท้ายฟ้องด้วย ประกาศที่แนบมาท้ายฟ้องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของฟ้องซึ่งตามประกาศดังกล่าว ยกเว้นให้ใช้เครื่องมืออวนประเภทติดตาที่มีขนาดตาอวน 47 มิลลิเมตร (4.7 เซนติเมตร) หรือโตกว่า และได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมงไว้ชัดเจนแล้ว รับฟังได้ว่าฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถึงขนาดของกลางที่มีขนาดเล็กกว่า 4.7 เซนติเมตร ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดคดีนี้ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 105 เป็นกฎหมายที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนนั้น เห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อนี้ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2521 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายบุบ ใหญ่ยง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายบุบ ใหญ่ยง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · ชลูตม์ สวัสดิทัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 651/2507ฎีกา 1146/2526ฎีกา 10648/2554ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 1638/2492ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 2963/2535ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา