⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2595/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2595/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงท้ากันให้ผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ลายมือชื่อ และผลการพิสูจน์ออกมาตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ คู่ความฝ่ายที่ต้องแพ้ตามคำท้าก็ต้องแพ้คดีไปตามนั้น

ย่อคำพิพากษา

คดีที่คู่ความตกลงท้ากันให้ผู้เชี่ยวชาญฯ พิสูจน์ลายมือชื่อผู้ขายในสัญญาซื้อขายซึ่งโจทก์อ้างเป็นพยานเอกสาร โดยตกลงกันว่าถ้าลายมือชื่อดังกล่าวไม่ใช่ของจำเลยโจทก์เป็นฝ่ายแพ้ หากผลตรงกันข้ามจำเลยเป็นฝ่ายแพ้ ดังนี้เมื่อผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์แล้วลงความเห็นว่าลายมือชื่อผู้ขายน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยนั้น มีผลเท่ากับยืนยันว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยซึ่งตรงตามคำท้าของโจทก์จำเลยแล้ว โจทก์ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 71 ไร่ 3 งาน โดยซื้อจากจำเลยราคา 42,000 บาท หลังจากซื้อขายแล้วโจทก์ให้จำเลยอาศัยทำกินในที่ดินเป็นเนื้อที่ 20 ไร่ มีกำหนด 1 ปี ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมออกทำให้โจทก์เสียหายเท่าค่าเช่าปีละ 5,000 บาท ขอให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกจากที่ดินของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน2516 เป็นต้นไป จนกว่าจะออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าไม่เคยทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับโจทก์ ลายมือชื่อจำเลยในสัญญาซื้อขายปลอม เมื่อ พ.ศ. 2513 จำเลยกู้เงินโจทก์ 42,000 บาท โดยเอาที่ดินแปลงนี้เป็นประกัน จำเลยใช้หนี้แล้ว 12,000 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 จำเลยแบ่งขายที่ดินให้โจทก์ 50 ไร่ ไร่ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 50,000 บาท เมื่อหักกับที่จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์แล้วโจทก์ต้องให้เงินจำเลยอีก 20,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระค่าที่ดินที่ค้าง 20,000 บาทแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยอาศัยทำกินในที่พิพาท ต่อมาที่ดินราคาสูงจำเลยจะขอซื้อคืนจำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างสืบพยานจำเลย คู่ความตกลงท้าประเด็นเป็นข้อแพ้ชนะโดยให้ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ ตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้ขายในสัญญาซื้อขายว่าถ้าลายมือชื่อดังกล่าวไม่ใช่ของจำเลย โจทก์เป็นฝ่ายแพ้ให้ที่พิพาทเป็นของจำเลยและยอมให้เงิน 20,000 บาทตามฟ้องแย้ง หากผลตรงกันข้ามจำเลยเป็นฝ่ายแพ้ให้ที่พิพาทเป็นของโจทก์ และยอมชดใช้ค่าเสียหายปีละ 5,000 บาทแก่โจทก์ ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อผู้ขายในเอกสารสัญญาซื้อขายน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่ามิได้เป็นไปตามคำท้าจึงดำเนินการสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างขนย้ายออกไปจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญเป็นไปตามคำท้าของคู่ความแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้เงิน 20,000 บาทแก่จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ลงความเห็นไว้ว่าลายมือชื่อผู้ขายในสัญญาซื้อขายน่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยนั้นมีลักษณะเป็นการปฏิเสธหรือทำนองปฏิเสธอันมีผลเท่ากับยืนยันว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยซึ่งตรงตามคำท้าของโจทก์จำเลยแล้วโจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2595/2521 นางฉลวย ผดุงเพชร โจทก์ นางน้อย ยิ้มยน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางฉลวย ผดุงเพชร · จำเลย - นางน้อย ยิ้มยน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3996/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 591/2513ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 2169/2523ฎีกา 1280/2505ฎีกา 5285/2537ฎีกา 1065/2513ฎีกา 2881/2532ฎีกา 816/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา