คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งลงชื่อถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแทนอีกบุคคลหนึ่งตามความประสงค์ของผู้ที่แท้จริง และต่อมาได้ปฏิเสธกรรมสิทธิ์ของผู้ที่แท้จริงนั้น ถือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ตกลงซื้อบ้านของผู้มีชื่อและมอบหมายให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทนเพราะโจทก์เป็นสงฆ์ จำเลยก็จัดการรับโอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้มีชื่อมาตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยได้ฟ้องขับไล่ผู้ดูแลบ้านดังกล่าวของโจทก์ให้ออกไปและเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าเป็นบ้านของจำเลย ดังนี้ ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงเอาเงินของโจทก์ไป ส่วนการที่จำเลยปฏิเสธกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในภายหลัง ก็เป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดฐานฉ้อโกง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวเท็จหลอกลวงโจทก์เอาเงินของโจทก์ไปสองครั้งเป็นเงิน 35,000 บาท ว่าจะเอาไปซื้อบ้านของผู้มีชื่อให้โจทก์ โดยจะลงชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนโจทก์ เพราะโจทก์เป็นสงฆ์ ไม่ควรมีชื่อเป็นเจ้าของ โจทก์หลงเชื่อจึงได้มอบเงินให้จำเลยไป เมื่อจำเลยได้รับเงินไปแล้ว จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่าได้จัดการทุกอย่างตามที่โจทก์ต้องการเรียบร้อยแล้ว ต่อมาจำเลยได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ผู้ดูแลบ้านดังกล่าวของโจทก์ให้ออกไปและเรียกค่าเสียหาย อ้างว่าเป็นบ้านของจำเลยซึ่งได้รับการให้โดยเสน่หาจากผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 342
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลความผิดทางอาญาพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า โจทก์ตกลงซื้อบ้านของนางพริ้มและมอบหมายให้จำเลยลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทน จำเลยก็จัดการรับโอนกรรมสิทธิ์บ้านจากนางพริ้มมาตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยได้ฟ้องขับไล่ร้อยตำรวจโทเฉลิมพลผู้ดูแลบ้านดังกล่าวของโจทก์ให้ออกจากบ้านเรียกค่าเสียหายโดยอ้างว่าเป็นบ้านของจำเลย ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อเท็จจริงดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้หลอกลวงเอาเงินของโจทก์ไป ส่วนการที่จำเลยปฏิเสธกรรมสิทธิ์ของโจทก์ในภายหลัง ก็เป็นเรื่องผิดสัญญาในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดฐานฉ้อโกงดังโจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2521
พระภิกษุใหญ่ ฐิตเวโท โจทก์
นายกระแสร์ ลอองศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระภิกษุใหญ่ ฐิตเวโท · จำเลย - นายกระแสร์ ลอองศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา