⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 670/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่ขอเงินโดยอ้างว่าผู้บังคับบัญชาสั่งมา แต่ไม่ได้แกล้งกล่าวหาจับกุมผู้เสียหายในข้อหาใด และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ข่มขืนใจให้มอบเงิน ไม่เป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นตำรวจแต่งเครื่องแบบไปขอเงินผู้เสียหาย โดยอ้างว่าผู้ใหญ่ให้มาเอา เมื่อผู้เสียหายว่าไม่มี จำเลยพูดว่าค้าขายใหญ่โตไม่คิดติดต่อกับตำรวจบ้างหรือแล้วจำเลยกลับไป ต่อมาอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จำเลยกลับมาหาผู้เสียหายอีก และบอกว่ารองผู้กำกับการตำรวจให้มาเอาเงิน 3,000 - 4,000 บาท ผู้เสียหายจะให้เพียง 100 บาท จำเลยว่าไม่พอ ดังนี้ ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยแกล้งกล่าวหาจับกุมผู้เสียหายในข้อหาใด แล้วจำเลยใช้อำนาจหน้าที่ข่มขืนใจให้ผู้เสียหายมอบเงินแก่จำเลย การที่จำเลยขอเงินจากผู้เสียหาย จำเลยไม่ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยเอง ที่จำเลยพูดว่าค้าขายใหญ่โตไม่คิดติดต่อกับตำรวจบ้างหรือ ก็ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพและทรัพย์สินของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎฆมายอายา มาตรา 148 และ 337 ประกอบด้วยมาตรา 80

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.146 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.337

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นพลตำรวจสมัครประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด บังอาจประดับเครื่องหมายยศสิบตำรวจโทเพื่อให้บุคคลเชื่อว่าตนมีสิทธิใช้ยศสิบตำรวจโท และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังอาจใช้ตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจนายมงคล นางสิวสี สามีภริยาซึ่งเป็นเจ้าของโรงค้าไม้ โดยเรียกเงินจากบุคคลทั้งสอง ๓,๐๐๐ บาท แสดงท่าทางขู่เข็ญและพูดทำนองข่มขู่ว่าถ้าไม่ให้เงินจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกายเสรีภาพ ชื่อเสียง และทรัพย์สินของบุคคลทั้งสอง แต่การกระทำไม่บรรลุผล เพราะบุคคลทั้งสองยังมิได้มอบเงินให้จำเลย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยเสียก่อน เหตุเกิดที่ตำบลบ้านสวน อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖, ๑๔๘, ๓๓๗, ๘๐ พระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖, ๑๔๘, ๓๓๗, ๘๐ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔ ลงโทษตามมาตรา ๑๔๖ จำคุก ๖ เดือน ลงโทษตามมาตรา ๑๔๘ จำคุก ๕ ปี ลงโทษตามมาตรา ๓๓๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๖ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๖ จำคุก ๖ เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๓๓๗, ๘๐ ด้วย ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจไปที่ร้านค้าของนายมงคล พูดขอเงิน นายมงคลปฏิเสธว่าไม่มี นางสิวสี เดินมาจากหลังบ้านสอบถามได้ความจากนายมงคลว่าจำเลยมาขอเงิน จำเลยพูดว่าผู้ใหญ่ให้มาเอา นางสิวสีคงปฏฺเสธว่าไม่มีเงิน จำเลยก็ว่าค้าขายใหญ่โตไม่คิดติดต่อกับตำรวจบ้างหรือ แล้วตามนายมงคลไปที่กองไม้ จำเลยดูดกองไม้สักครูก็ออกจากร้านไป หลังจากนั้นประมาณ ๑ ชั่วโมง จำเลยกลับมาพูดกับนาวสิวสีว่ารองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ให้มาเอาเงิน ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ บาท นางสิวสีจะให้เพียง ๑๐๐ บาท จำเลยบอกว่าไม่พอ แล้วจำเลยคงนั่งอยู่ในร้านไม่ยอมออกไป นางสิวสีจึงไปบอกกำนัน ต่อมากำนันและตำรวจมาเชิญจำเลยไปสถานีตำรวจ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดได้ทั่วราชอาณาจักรก็ตาม แต่ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยแกล้วกล่าวหาจับกุมนายมงคลและนางสิวสีในข้อหาใด แล้วจำเลยใช้อำนนาจนั้นข่มขืนใจให้นายมงคลและนางสิวสีมอบเงินให้แก่จำเลย การที่จำเลยขอเงินจากนายมงคลและนาวสิวสีก็โดยอ้างว่าผู้ใหญ่และอ้างชื่อรองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีให้มาเอาเงิน จำเลยไม่ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยเอง ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของนายมงคลและนางสิวสี หรือของบุคคลที่สาม ที่จำเลยพูดว่าค้าขายใหญ่โตไม่คิดติดต่อกับตำรวจบ้างหรือ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อเสรีภาพและทรัพย์สินของนายมงคลหรือนางสิวสี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๓๓๗ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 670/2521 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ พลตำรวจสมัครโอเรียน นวลบัติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - พลตำรวจสมัครโอเรียน นวลบัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · จันทร์ ระรวยทรง · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายโสภณ รอดหิรัญ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1560/2529ฎีกา 180/2554ฎีกา 5973/2537ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1888/2548ฎีกา 753/2539ฎีกา 1250/2520ฎีกา 5487/2548ฎีกา 9308/2546ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 51/2502ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531ฎีกา 643/2531ฎีกา 3159/2532ฎีกา 490/2542ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1530/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา