⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1140/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1140/2522

ย่อคำพิพากษา

ฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์ร่วมมีข้อโต้แย้งกันเรื่องแนวเขตรั้วที่จำเลยจะสร้างขึ้นใหม่ ขณะเจรจายังไม่ตกลงกันจำเลยได้กล่าวถ้อยคำต่อหน้าเจ้าพนักงานตำรวจผู้มาทำการไกล่เกลี่ยว่าที่ต้องสร้างรั้วใหม่ เพราะไอ้คนนี้ (หมายถึงโจทก์ร่วม) มันเข้าไปข่มขืนคนในบ้านฉัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่วงเลยมาเป็นเวลานาน 2 ปีเศษแล้ว ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 329

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.329

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๙ เวลาประมาณ ๑๘ นาฬิกา ขณะที่จำเลยกำลังคุมคนงานซ่อมรั้วกั้นเขตระหว่างบ้านจำเลยกับบ้านบิดามารดา นายกษิตจำเลยบังอาจกล่าวคำหมิ่นประมาทใส่ความนายกษิตพร้อมกับชี้หน้าว่า "ที่ต้องสร้างรั้วใหม่ก็เพราะไอ้คนนี้มันเข้ามาข่มขืนคนใช้ในบ้านฉัน" โดยกล่าวต่อหน้าร้อยตำรวจตรีพงษ์สิทธิ นายอนันต์ และผู้อื่นอีกหลายคน โดยประการที่น่าจะทำให้นายกษิตเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ จำเลยให้การปฏิเสธ นายกษิตผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้นว่า ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ โจทก์ร่วมเคยเข้าไปในบ้านของจำเลยเพื่อจะข่มขืนกระทำชำเราหญิงรับใช้ หลังจากนั้นราว ๒ ปี คือเมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยและสามีจะทำรั้วบ้านใหม่ เกิดโต้แย้งเรื่องเขตแนวรั้วกับโจทก์ร่วมและบิดามารดาของโจทก์ร่วมร้อยตำรวจตรีพงษ์สิทธิเจ้าหน้าที่ตำรวจไกล่เกลี่ยให้ตกลงกัน จำเลยจึงกล่าวต่อหน้าร้อยตำรวจตรีพงษ์สิทธิว่าที่ต้องสร้างรั้วใหม่เพราะไอ้คนนี้ (หมายถึงโจทก์ร่วม ) มันเข้าไปข่มขืนคนใช้ในบ้านฉัน ดังนี้ เห็นว่าการที่ฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทก์มีข้อโต้แย้งกันเรื่องแนวเขตรั้ว แต่จำเลยกลับนำเรื่องราวดังที่กล่าวมาแล้วเป็นเหตุการณ์ที่ล่วงเลยมานาน ๒ ปีเศษขึ้นมาเป็นเหตุกล่าวประจานโจทก์ร่วมต่อหน้าตำรวจ (โดยจำเลยไม่มีสิทธิที่จะกล่าวเช่นนั้นได้) การกระทำของจำเลยจึงเป็นการใส่ความโจทก์ร่วมต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ร่วมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าจำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1140/2522 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายกษิต นิลโกสิตย์ โจทก์ร่วม นางสุภรณ์ มาปราณีต ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายกษิต นิลโกสิตย์ · ล. - นางสุภรณ์ มาปราณีต
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ · วิถี ปานะบุตร · ไพบูลย์ เพียรรู้จบ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายเพี้ยน พุทธสุอัตตา · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพานิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 347/2519ฎีกา 291/2536ฎีกา 4324/2552ฎีกา 426/2512ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 3992/2539ฎีกา 5393/2534ฎีกา 3/2542ฎีกา 110/2516ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 1208/2506ฎีกา 1105/2519ฎีกา 437/2505ฎีกา 117/2529ฎีกา 256/2518ฎีกา 1543/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา