⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1292/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความตกลงกันให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดข้อเท็จจริงใดแล้ว คู่ความจะย้อนกลับมากล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับข้อตกลงเดิมหรือขอให้มีการสืบพยานเพิ่มเติมในข้อเท็จจริงนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เชี่ยวชาญชี้แจงว่าตัวอย่างลายเซ็นชื่อโจทก์ไม่เพียงพอและเขียนคนละแบบกับเอกสารพิพาท ขอส่งเอกสารคืนคู่ความแถลงว่าเมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่อาจพิสูจน์ลายมือชื่อโจทก์ได้ ก็ขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์แทน เมื่อมีข้อตกลงกันเช่นนี้แล้ว โจทก์จะย้อนไปยกเอาคำชี้แจงของผู้เชี่ยวชาญมากล่าวอ้างอีกหาได้ไม่ การที่คู่ความตกลงกันให้ศาลพิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์ แล้วพิพากษาไปตามคำชี้ขาดนั้น หาใช่เป็นการที่ศาลกระทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการไม่ หากแต่เป็นกรณีที่ศาลได้ทำหน้าที่ชี้ขาดข้อเท็จจริงตามที่คู่ความท้ากันไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายอย่างใด โจทก์จะกลับมาขอให้มีการสืบพยานอีกหาได้ไม่ เมื่อคู่ความตกลงกันใหม่ให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์แล้วพิพากษาไปตามคำชี้ขาดนั้น ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าโจทก์ยอมให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะหรือแพ้คดีตามผลการชี้ขาดของศาล โดยโจทก์ไม่ต้องดำเนินการในทางถอนฟ้องตามที่ตกลงท้ากันไว้ในครั้งแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้เงินจำเลยแล้วมอบที่นามือเปล่าให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย จำเลยกับพวกได้ร่วมกันปลอมเอกสารสัญญาซื้อขาย และหนังสือมอบอำนาจว่าโจทก์ขายนาแปลงดังกล่าวให้จำเลย โดยโจทก์ไม่เคยขายและไม่เคยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายและใบมอบอำนาจ ต่อมาจำเลยได้นำเอกสารปลอมทั้งสองฉบับไปแสดงต่อปลัดอำเภอทำการแทนนายอำเภอทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ โจทก์ขอให้ชำระหนี้เงินกู้และขอที่นาคืนจำเลยไม่ยอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 265, 268 บังคับให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้แล้วส่งมอบที่นาคืนให้โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าขาดประโยชน์ที่โจทก์ไม่ได้ทำนา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์มีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ได้กู้เงิน โจทก์ขายนาแปลงพิพาทให้นายอินต่อมานายอินขายให้จำเลย แล้วจำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ต่อมาโจทก์ไปพบจำเลยว่าจะเอานาคืน ถ้าไม่ได้นาคืนก็ต้องให้เงินโจทก์อีก โจทก์จะโอนนาให้ ต่อรองราคากันแล้วจำเลยให้เงินโจทก์ไป ได้ทำสัญญาซื้อขายและใบมอบอำนาจกัน โดยโจทก์เซ็นชื่อในเอกสารด้วยตนเอง จำเลยนำเอกสารไปแสดงด้วยความบริสุทธิ์ใจ ชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยท้ากันให้ส่งลายเซ็นชื่อโจทก์ในสัญญาซื้อขายและหนังสือมอบอำนาจกับคำขอมีบัตรประชาชนของโจทก์ไปให้ผู้เชี่ยวชาญกรมตำรวจพิสูจน์ ถ้าพิสูจน์ว่าลายเซ็นในเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวใช่หรือน่าจะใช่ลายเซ็นของโจทก์ โจทก์ยอมถอนฟ้อง ถ้าไม่ใช่หรือไม่คล้าย ไม่เหมือนลายเซ็นของโจทก์แล้วจำเลยยอมแพ้คดี ต่อมาหัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐานแจ้งมาว่า ตัวอย่างลายเซ็นของโจทก์ไม่เพียงพอและเขียนคนละแบบกับเอกสารพิพาท คู่ความแถลงรับต่อศาลชั้นต้นว่าเมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่อาจพิสูจน์ลายมือของโจทก์ในสัญญาซื้อขายและหนังสือมอบอำนาจได้ คู่ความตกลงกันขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์ในเอกสาร แล้วพิพากษาไปตามคำชี้ขาดของศาล โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีส่วนอาญานั้นหน้าที่นำสืบตกอยู่กับฝ่ายโจทก์เมื่อโจทก์ไม่นำสืบพยาน จึงไม่มีทางลงโทษจำเลยได้ ส่วนในทางแพ่งเมื่อเปรียบเทียบเคียงลายมือชื่อโจทก์ในสัญญาซื้อขายและในหนังสือมอบอำนาจกับคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว เห็นว่าน่าจะเป็นลายมือชื่อของโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาในประการแรกว่าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าลายมือชื่อตัวอย่างมีน้อย และเขียนแตกต่างคนละแบบกับเอกสารพิพาทย่อมมีผลเท่ากับว่าลายมือชื่อในเอกสารพิพาทเป็นคนละแบบแตกต่างไม่คล้ายไม่เหมือนกับลายมือชื่อโจทก์ ไม่ชอบที่จะพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีนั้น เห็นว่าเมื่อหัวหน้ากองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจแจ้งมาว่าผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจเอกสารต่าง ๆ แล้ว ชี้แจงว่าตัวอย่างลายเซ็นชื่อของโจทก์ไม่เพียงพอ และเขียนคนละแบบกับเอกสารพิพาทจึงขอส่งเอกสารคืน ศาลชั้นต้นได้สั่งนัดพร้อมและในวันนัดพร้อมนั้นคู่ความแถลงว่า เมื่อผู้เชี่ยวชาญไม่อาจพิสูจน์ลายมือชื่อของโจทก์ อ้างว่าลายเซ็นโจทก์ไม่เพียงพอและเขียนคนละแบบ คู่ความจึงตกลงกันขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์ในเอกสารที่ตกลงท้ากันไว้เดิม เมื่อคู่ความได้แถลงต่อศาลเช่นนี้ ก็เท่ากับยอมรับกันแล้วว่าผู้เชี่ยวชาญไม่อาจพิสูจน์ลายมือของโจทก์ได้ ไม่ใช่กรณีผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์แล้วลงความเห็นคู่ความจึงตกลงเปลี่ยนวิธีปฏิบัติตามคำท้าเสียใหม่ โดยขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์แทนผู้เชี่ยวชาญ เมื่อมีข้อตกลงกันใหม่เช่นนี้ โจทก์จะยกไปย้อนเอาคำชี้แจงของผู้เชี่ยวชาญมากล่าวอ้างอีกหาได้ไม่ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาต่อไปว่า เมื่อผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ลายมือชื่อโจทก์ไม่ได้ ศาลชอบที่จะให้คู่ความสืบพยาน การที่คู่ความตั้งให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์เอกสารแทนผู้เชี่ยวชาญเป็นการมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการมอบอำนาจให้ศาลเป็นอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณานั้นเห็นว่าโจทก์ได้แถลงรับกับจำเลยขอให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์โดยไม่ติดใจสืบพยาน เมื่อโจทก์ตกลงไว้เช่นนั้นแล้วโจทก์จะกลับมาฎีกาขอให้ศาลสั่งให้มีการสืบพยานอีกหาได้ไม่ และการที่คู่ความขอให้ศาลพิสูจน์ชี้ขาดลายเซ็นโจทก์ ก็หาใช่เป็นการที่ศาลจะกระทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการไม่ หากเป็นกรณีที่ศาลได้ทำหน้าที่เป็นผู้ชี้ขาดข้อเท็จจริงตามที่คู่ความตกลงท้ากัน และไม่เป็นการขัดต่อกฎหมายอย่างใด ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาของโจทก์ในประการสุดท้ายที่ว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 15 สิงหาคม 2518 โจทก์ตกลงไว้ว่าจะถอนฟ้อง ศาลพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีไม่ได้นั้น เห็นว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาที่โจทก์อ้างนั้นได้มีการตกลงกันใหม่ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 27 เมษายน 2519 ว่า ให้ศาลเป็นผู้พิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์แล้ว พิพากษาไปตามคำชี้ขาดของศาล ซึ่งมีความหมายอยู่ในตัวว่า เมื่อศาลพิสูจน์และชี้ขาดลายเซ็นของโจทก์แล้ว โจทก์ยอมให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะหรือแพ้คดีตามผลการชี้ขาดของศาล โดยโจทก์ไม่ต้องดำเนินการในทางถอนฟ้องอีก และเมื่อศาลชั้นต้นชี้ขาดว่าลายมือชื่อในเอกสารพิพาทน่าจะเป็นลายมือชื่อของโจทก์ตรงตามที่โจทก์จำเลยท้ากันไว้แล้ว ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาให้โจทก์แพ้คดีไปตามคำท้าที่โจทก์ตกลงกับจำเลยในครั้งหลังฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2522 นายพวง วงษ์แก้ว โจทก์ นายทอง ปิดตาฝ้าย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพวง วงษ์แก้ว · จำเลย - นายทอง ปิดตาฝ้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรัส เขมะจารุ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · ธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 7919/2553ฎีกา 3206/2537ฎีกา 779/2532ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 2501/2526ฎีกา 3350/2538ฎีกา 369/2522ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2752/2537ฎีกา 200/2536ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6039/2537ฎีกา 2709/2538ฎีกา 541/2509ฎีกา 70/2518ฎีกา 495/2545ฎีกา 923/2523ฎีกา 591/2513ฎีกา 312/2534ฎีกา 963/2536ฎีกา 119/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา