คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 มาตรา 5 และมีโทษตามมาตรา 30 นั้น ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 แล้ว หากได้ระบุการกระทำและสิ่งของที่เกี่ยวข้องครบถ้วนพอสมควรให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 มาตรา 5 มีโทษตามมาตรา 30 โดยมิได้ระบุว่าเป็นสุราแช่หรือมิใช่ เป็นการกล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด รวมทั้งสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยถูกต้องครบถ้วนตามที่มาตรา 5 บัญญัติไว้ และพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ไม่เป็นเหตุขัดข้องในการกำหนดโทษจำเลยตามมาตรา 30 ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลย ๓ คน ฐานร่วมกันทำสุราและมีเครื่องกลั่นสำหรับทำสุราไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และร่วมกันมีสุราแช่สุรากลั่นไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย โดยรู้ว่าเป็นสุราที่ทำขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๕, ๓๐, ๓๒, ๔๕ พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๔, ๖ และริบของกลาง
จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ
จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าฟ้องเฉพาะฐานทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ ลงโทษจำเลยไม่ได้ คงพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานมีเครื่องกลั่นสำหรับทำสุรา มีสุราแช่ มีสุรากลั่น ฯลฯ ริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกระทงหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ได้กล่าวถึงการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด รวมทั้งสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วย ถูกต้องครบถ้วนตามที่มาตรา ๕ บัญญัติไว้และพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว การที่มิได้ระบุว่าสุราที่กระทำเป็นสุราแช่หรือมิใช่นั้น ไม่เป็นเหตุขัดข้องในการกำหนดโทษจำเลยตามมาตรา ๓๐ กล่าวคือ ถ้าได้ความว่าสุราที่ทำขึ้นเป็นสุราแช่ ก็ลงโทษตามมาตรา ๓๐ ตอนท้ายหากไม่ได้ความเช่นนั้น ก็ลงโทษได้ตามมาตราเดียวกันตอนต้น ไม่จำเป็นต้องระบุในฟ้องว่าสุรานั้นเป็นสุราแช่หรือมิใช่ ฟ้องของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย และข้อหาดังกล่าวจำเลยที่ ๒ รับสารภาพ โดยไม่มีข้อต่อสู้ว่าสุราที่ทำขึ้นนั้นเป็นสุราแช่จึงฟังได้ว่าจำเลยทำสุราฝ่าฝืนกฎหมายตามฟ้อง ไม่มีประเด็นที่จะวินิจฉัยว่าสุรานั้นเป็นสุราแช่อันจะมีโทษตามมาตรา ๓๐ ตอนท้ายหรือไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๕, ๓๐ พระราชบัญญัติสุรา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๔ อีกกระทงหนึ่ง ฯลฯ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1317/2522
พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์
นายรวย มีคลองแบ่ง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายรวย มีคลองแบ่ง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธาดา วัชรานันท์ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จำรัส เขมะจารุ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเสริมศักดิ์ ผลัดธุระ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง คล้ายแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา