⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1590/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1590/2522

ป.วิ.แพ่ง ม.142

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับประกันภัยย่อมต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันภัยเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เอาประกันภัยไว้เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องบรรยายว่าลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนรถโจทก์โดยประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของรถซึ่งเอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 ได้ความว่ารถเป็นของคนอื่นเอาประกันภัยค้ำจุนไว้ ไม่ใช่ของจำเลยที่ 1 เอาประกันภัย ข้อที่ว่าเจ้าของรถซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยจึงต้องรับผิดด้วย เป็นนอกประเด็น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 2ใช้ค่าสินไหมทดแทน 52,117 บาทแก่โจทก์ที่ 1 กับ 2,192 บาทแก่โจทก์ที่ 2กับดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 2 เพียงประเด็นเดียวว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ในปัญหาข้อนี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าของและผู้เอาประกันภัยรถยนต์บรรทุก น.ว.04306 ไว้กับจำเลยที่ 2 ทั้งคนขับรถยนต์คันดังกล่าวก็มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ในขณะเกิดเหตุ ปัญหาว่า จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนจะต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองตามฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่าคดีนี้ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายโดยชัดแจ้งถึงความรับผิดชอบของจำเลยที่ 2ว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและผู้เอาประกันภัยรถยนต์บรรทุก น.ว.04306ไว้กับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดในวินาศภัยที่เกิดขึ้น อันเป็นข้ออ้างของโจทก์ที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเพื่อให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 887 วรรคแรก ซึ่งบัญญัติถึงความรับผิดของผู้รับประกันภัยว่า จะรับผิดต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดในวินาศภัยนั้น ดังนั้นประเด็นแห่งคดีจึงอยู่ที่ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้กับจำเลยที่ 2 หรือไม่ และจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดดังโจทก์กล่าวอ้างตามฟ้องหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้ออ้างให้จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดฟังไม่ได้ตามฟ้องเสียแล้ว จำเลยที่ 2 ก็หาจำต้องรับผิดตามฟ้องไม่แม้ห้างหุ้นส่วนจำกัดตงนั้มขนส่ง ผู้เป็นเจ้าของรถและเป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลยที่ 2 ก็ตาม แต่ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องของโจทก์คดีนี้ก็หาได้บรรยายถึงความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดตงนั้มขนส่งที่มีต่อโจทก์แต่ประการใดไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังเลยไปว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดตงนั้มขนส่งต้องรับผิด จึงเป็นการรับฟังนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยคำพิพากษาฎีกาที่ 1675/2516 ระหว่างกรมชลประทาน โจทก์ บริษัทเมืองไทยขนส่ง จำกัด กับพวก จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์อ้างมานั้นมีปัญหาเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องผู้รับประกันภัยโดยตรง โดยมิจำต้องฟ้องหรือเรียกผู้เอาประกันภัยเข้ามาเป็นคู่ความด้วยหรือไม่เท่านั้น ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้" พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1590/2522 ร้อยโทธวัชชัย ใจเอื้อ กับพวก โจทก์ นายจึงหงวน แซ่กัง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยโทธวัชชัย ใจเอื้อ กับพวก · จำเลย - นายจึงหงวน แซ่กัง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สันติ์ ธีรนิติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4982/2541ฎีกา 5445/2537ฎีกา 4404/2565ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 3643/2537ฎีกา 963/2544ฎีกา 3068/2539ฎีกา 2755/2565ฎีกา 2074/2529ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552ฎีกา 5606/2533ฎีกา 3492/2547ฎีกา 537/2540ฎีกา 1891/2551ฎีกา 3405/2537ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 1425/2492ฎีกา 576/2540ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา