⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1708/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน หากจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้ง ศาลจะไม่รับวินิจฉัยให้ * เช็คที่จำเลยออกชำระหนี้ แม้ไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่าย ย่อมถือได้ว่าจำเลยยินยอมให้ผู้รับเช็คลงวันที่สั่งจ่ายได้เอง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าผู้รับเช็คกระทำการโดยไม่สุจริต

ย่อคำพิพากษา

ปัญหาเรื่องการแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความ สงบเรียบร้อยาของประชาชน เมื่อจำเลยไม่ยกขึ้นต่อสู้โดยชัดแจ้งจึงไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็ค แต่ก็เป็นเช็คที่จำเลยออกชำระหนี้ย่อมถือได้โดยปริยายว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายได้เอง เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายโดยไม่สุจริต จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.910 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.989

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำนวน ๔ ฉบับเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อสินค้าโจทก์อยู่ ๑๕๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากจำเลยไม่มีเงินชำระหนี้ โจทก์จึงให้จำเลยออกเช็คตามฟ้องซึ่งไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายเป็นประกันการชำระหนี้ ต่อมาโจทก์ยอมลดหนี้ให้ ๕๐ เปอร์เซนต์ คงเหลือหนี้เพียง ๗๕,๐๐๐ บาท โดยโจทก์ได้ทำสัญญาให้กับจำเลยพร้อมทั้งภาพถ่ายเช็คทั้ง ๔ ฉบับดังกล่าวด้วยทั้งนี้เพื่อเป็นประกันว่าโจทก์จะไม่นำเช็คทั้ง ๔ ฉบับไปเรียกเก็บเงินจากธนาคาร ต่อมาจำเลยได้ชำระหนี้ ๗๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ตามที่ทำสัญญากันไว้ครบถ้วนแล้ว แต่โจทก์ไม่คืนเช็คให้ หนี้ระหว่างโจทก์จำเลยระงับแล้ว อย่างไรก็ดีเช็คทั้ง ๔ ฉบับ จำเลยออกให้โจทก์ก็เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น การที่โจทก์ลงวันที่ในเช็คทั้ง ๔ ฉบับเอาเองจึงไม่ใช่วันอันแท้จริงที่โจทก์จำเลยตกลงกันให้ลงในเช็ค เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเป็นหนี้ค่าซื้อผ้าโจทก์เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทจำเลยออกเช็คพิพาทให้โจทก์ไว้โดยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่าย ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันตามเอกสารหมาย ล.๔ โดยโจทก์ลดหนี้ให้คงเหลือหนี้ ๗๕,๐๐๐ บาท แต่จำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้จำนวนนี้ พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๗๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี กำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย ล.๔ แปลงหนี้จากหนี้ตามเช็คเป็นหนี้ตามสัญญา เช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้ จะให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คไม่ได้ จำเลยได้ชำระหนี้ตามสัญญาจำนวน ๗๕,๐๐๐ บาท ให้โจทก์แล้ว และโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า จำเลยติดต่อซื้อผ้าจากโจทก์อยู่หลายปีและได้ชำระหนี้ด้วยเช็คหลายฉบับ แต่เช็คบางฉบับโจทก์รับเงินไม่ได้ครั้งหลังสุดได้มีการคิดบัญชีกัน ปรากฏว่าจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๑๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยได้ออกเช็คพิพาทโดยไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายมอบให้โจทก์ไว้ และได้รับเช็คเก่าที่โจทก์รับเงินไม่ได้คืน หลังจากนั้นโจทก์ยอมลดหนี้ให้จำเลยเหลือเพียง ๗๕,๐๐๐ บาท ได้ทำบันทึกกันไว้ตามเอกสารหมาย ล.๔ ต่อมาโจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาททั้ง ๔ ฉบับนำไปเข้าบัญชีธนาคาร แต่ธนาคารผู้จ่ายปฏิเสธการจ่ายเงินโดยอ้างว่าบัญชีปิดแล้ว ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยังมิได้ชำระหนี้จำนวน ๗๕,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ลดหนี้ให้จำเลยตามเอกสารหมาย ล.๔ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ เท่ากับแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาเช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้นั้น เห็นว่าจำเลยมิได้ให้การต่อสู้เรื่องการแปลงหนี้จากเช็คเป็นหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่ประการใด ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อจำเลยไม่ยกขึ้นสู้โดยชัดแจ้งจึงไม่เป็นประเด็นในคดีนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ปัญหาตามฎีกาจำเลยที่ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายมอบให้โจทก์เพื่อประกันหนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจลงวันที่สั่งจ่ายเอาเองนั้น เห็นว่าข้อที่จำเลยอ้างว่าออกเช็คพิพาทเพื่อประกันหนี้มีแต่คำเบิกความของจำเลยเท่านั้นตามคำเบิกความของจำเลยก็รับว่า จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์แทนเช็คเดิมที่ออกชำระหนี้แก่โจทก์ ศาลฎีกาเชื่อตามข้อนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ลงวันที่สั่งจ่ายในเช็คแต่ก็เป็นเช็คที่จำเลยออกชำระหนี้ ย่อมถือได้โดยปริยายว่าจำเลยยินยอมให้โจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายได้เอง เมื่อไม่ได้ความว่าโจทก์ลงวันที่สั่งจ่ายโดยไม่สุจริต จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1708/2522 นายซุ่ยเชียง แซ่ซิ โจทก์ นายกิมจั้ว แซ่ก๊วย หรือ ก๊วยน่ำไต๋ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายซุ่ยเชียง แซ่ซิ · ล. - นายกิมจั้ว แซ่ก๊วย หรือ ก๊วยน่ำไต๋
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม ศรีเจริญ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ยง โรจนสุพจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายนิยม ติวุตานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 1084/2539ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517ฎีกา 6196/2537ฎีกา 5628/2544ฎีกา 8087/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา