คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดต่อทางสาธารณะเป็นความผิดอาญาที่รัฐเท่านั้นมีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดี หากบุคคลใดจะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทน ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตนได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจากการกระทำนั้น และคดีแพ่งดังกล่าวไม่ถือเป็นคดีที่เกี่ยวกับคดีอาญา จึงต้องบังคับตามอายุความทั่วไปของคดีแพ่ง
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยขุดและล้อมรั้วปิดกั้นทางสาธารณะซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนาโจทก์ตามสำนวนคดีอาญา เฉพาะแต่รัฐเท่านั้นที่ฟ้องจำเลยได้ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าว การที่โจทก์จะฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนได้เพียงไรหรือไม่ขึ้นอยู่กับโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จากการที่จำเลยขุดและล้อมรั้วปิดกั้นทางสาธารณะเพียงไรหรือไม่ การฟ้องคดีแพ่งจึงมิได้อาศัยผลแห่งคดีอาญาดังกล่าว จึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวกับคดีอาญา ไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 168 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแพ่งเกินหนึ่งปีนับแต่วันทำละเมิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 448 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๑๗ ถึง ๗ สิงหาคม ๒๕๑๗ จำเลยได้ขุดทางสาธารณประโยชน์ที่มีไว้สำหรับประชาชนและยานพาหนะสัญจรไปมาเป็นเนื้อที่ ๔ ตารางวา แล้วล้อมรั้วปิดกั้นห้ามมิให้โจทก์เข้าไปทำนาได้ตามปกติ ศาลได้ลงโทษจำเลยฐานทำให้เสียทรัพย์และกีดขวางทางสาธารณะตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๐๘/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้น การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้โจทก์เข้าไปทำนาไม่ได้ ๑ ปี ๖ เดือน ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า ไม่ได้ขุดหรือปิดทาง หากแต่นางสำรวยเป็นผู้ขุด แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำนาของโจทก์ โจทก์ทำนาไม่ได้เพราะไม่มีน้ำตามธรรมชาติ และเจ้าของนาข้างเคียงไม่ยอมให้โจทก์วิดน้ำผ่านมา โจทก์ฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี ขาดอายุความแล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๑๑,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
คดีคงมีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๐๘/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้นหรือไม่ และคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยขุดทางและล้อมรั้วปิดกั้นทางสาธารณะซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนาโจทก์ตามสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๐๘/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้นนั้น เฉพาะแต่รัฐเท่านั้นที่ฟ้องจำเลยได้ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายในความผิดดังกล่าว การที่โจทก์จะฟ้องคดีนี้เรียกค่าสินไหมทดแทนได้เพียงใดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษจากการที่จำเลยขุดและล้อมรั้วปิดกั้นทางสาธารณะเพียงใดหรือไม่ การฟ้องคดีนี้จึงมิได้อาศัยผลแห่งคดีอาญาดังกล่าว ฉะนั้นคดีนี้จึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๙๐๘/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้น จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งอายุความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๑ วรรคสาม และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๘ ตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นเมื่อมาฟ้องทางแพ่งต้องนับอายุความตามหลักทั่วไปในเรื่องอายุความแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยเฉพาะกรณีเรื่องนี้เป็นเรื่องละเมิด โจทก์ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันรู้ถึงการละเมิดหรือรู้ตัวผู้กระทำผิด เมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้เกินหนึ่งปีนับแต่วันทำละเมิด คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา ๔๔๘ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ต่อไป
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 180/2522
นายเจ๊ก สุวรรณทอง โจทก์
นายเขียน มะกรูดอินทร์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเจ๊ก สุวรรณทอง · ล. - นายเขียน มะกรูดอินทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายบรรเทิง มุลพรม · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณยภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา