⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1930/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยมีเหตุจำเป็นไม่อาจยื่นคำให้การได้ทันกำหนดเวลา ต้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาต่อศาลพร้อมแสดงพฤติการณ์พิเศษ มิฉะนั้นจะถือว่าขาดนัดยื่นคำให้การ.

ย่อคำพิพากษา

หากจำเลยมีความจำเป็นไม่อาจจะยื่นคำให้การได้ทันภายในกำหนดเวลาแปดวัน ก็ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาออกไปได้ โดยแสดงให้ศาลเห็นว่ากรณีมีพฤติการณ์พิเศษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 และถึงแม้ระยะเวลาแปดวันจะผ่ายพ้นไปแล้ว แต่จำเลยหาได้ปฏิบัติเช่นนั้นไม่ กลับมายื่นคำร้องหลังจากพ้นกำหนดแปดวันแล้วโดยอ้างว่ามิได้มีเจตนาจงใจจะขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งเป็นเหตุผลมี่จำเลยชอบที่จะอ้างหลังจากที่ศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจาณาความแพ่ง มาตรา 199 ในชั้นนี้ยังไม่มีกรณีจะต้องพิจารณาถึงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่จงใจหรือโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่ ศาลจึงสั่งรับคำให้การจำเลยไว้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.228

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เนื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะคำให้การของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่รับคำให้การของจำเลยที่ ๒ เพราะยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ขอให้อนุญาตให้จำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ได้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๒ จึงชอบที่จะต้องยื่นคำให้การภายในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๒๑ หากจำเลยมีความจำเป็นไม่อาจจะยื่นคำให้การได้ทันภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็น่าจะร้องขอขยายระยะเวลาออกไปตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ได้เปิดโอกาสไว้ให้แล้ว โดยแสดงให้ศาลเห็นว่ากรณีของจำเลยที่ ๒ มีพฤติการณ์พิเศษที่สมควรได้รับการขยายระยะเวลายื่นคำให้การ ดังที่จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ได้ร้องขอและศาลชั้นต้นก็ได้อนุญาตให้ และถึงแม้ระยะเวลาแปดวันจะผ่านพ้นไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ก็ยังอาจขอขยายระยะเวลาได้โดยแสดงให้ศาลเห็นว่าเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยทำให้จำเลยที่ ๒ ร้องขอขยายระยะเวลาก่อนครบกำหนดแปดวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคหนึ่งไม่ได้ แต่จำเลยที่ ๒ ก็หาได้ปฏิบัติเช่นนั้นไม่ กลับมาอ้างในคำร้องลงวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๒๑ ว่าจำเลยมิได้มีเจตนาจงใจจะขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งเป็นเหตุผลที่จำเลยชอบที่จะอ้างหลังจากที่ศาลได้มีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๙ แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีกรณีจะต้องพิจารณาถึงว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การโดยไม่จงใจหรือโดยมีเหตุอันสมควรหรือไม่คงมีปัญหาเพียงว่า ศาลจะสั่งรับคำให้การของจำเลยซึ่งนำมายื่นเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่ มาตรา ๑๗๗ วรรคหนึ่ง กำหนดไว้ได้หรือไม่เท่านั้น และเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยนำคำให้การมายื่นเมื่อพ้นระยะเวลาโดยมิได้รับอนุญาตจากศาลให้ขยายระยะเวลานั้นออกไป ศาลก็จะสั่งรับคำให้การของจำเลยที่ ๒ ไว้ไม่ได้ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2522 ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีไทย สวัสดิ์ราชสีมา โดย นายทองปลิว คูสกุล ผู้รับมอบ อำนาจ โจทก์ กองทัพบก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้รับมอบ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีไทย สวัสดิ์ราชสีมา โดย นายทองปลิว คูสกุล · โจทก์ - อำนาจ · จำเลย - กองทัพบก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรัส เขมะจารุ · ประเสริฐ วราภรณ์ · ธาดา วัชรานันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1679/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 7032/2539ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3542/2545ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 3192/2532ฎีกา 72/2505ฎีกา 1068/2522ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา