⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2550/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ลายพิมพ์นิ้วหัวแม่มือที่ลงชื่อในเอกสารโดยมีพยานรับรองเพียงคนเดียว ไม่ถือเสมอกับลายมือชื่อตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์ลงชื่อโดยพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือ แต่มีผู้ลงชื่อเป็นพยานรับรองเพียงผู้เดียว จะถือว่าลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์ดังกล่าวเสมอกับลายมือชื่อไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9 วรรค 3 ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (7) การที่โจทก์มาเบิกความว่าเป็นโจทก์จริงก็ไม่ทำให้ฟ้องที่ไม่ชอบนั้นเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งแปดคนว่าร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ และจำเลยที่ ๘ ใช้เอกสารสิทธิปลอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕,๒๖๘,๙๑ และ ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งประทับฟ้อง จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งแปดปลอมเอกสารฟังได้ว่าจำเลยที่ ๘ ใช้เอกสารสิทธิปลอม พิพากษาว่าจำเลยที่ ๘ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕ จำคุก ๒ ปี จำเลยนอกนั้นและข้อหานอกจากนี้ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๘ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้อง อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๘ ไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๘ เสียด้วย โจทก์ฎีกา ศาลวินิจฉัยว่า ปัญหาที่มาสู่ศาลฎีกาคงมีว่าฟ้องของโจทก์ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปรากฏว่าท้ายฟ้องของโจทก์ลงชื่อโดยพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือโดยมีนายวิชาลงชื่อเป็นพยายแต่ผู้เดียว ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙ วรรค ๓ บังคับไว้ว่าลายพิมพ์นิ้วมือต้องมีพยานลงลายมือชื่อสองคน จึงเสมอกับลงลายมือชื่อเมื่อลายพิมพ์นิ้วมือท้ายฟ้องของโจทก์มีพยานรับรองเพียงคนเดียว จะถือว่าลายพิมพ์นิ้วมือของโจทก์เสมอกับลายมือชื่อไม่ได้ เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ได้ลงลายมือชื่อโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๗) ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องตามกฎหมาย เมื่อความปรากฏขึ้นในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ย่อมหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องตามกฎหมาย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าตัวโจทก์ได้เบิกความในคดนี้แล้วว่าเป็นโจทก์ในคดีนี้จริง ย่อมได้ชื่อว่าโจทก์ได้ลงชื่อและเป็นฟ้องแล้วนั้น เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘ ก็ได้บัญญัติไว้ชัดแล้วว่าฟ้องจะต้องประกอบด้วยอะไรบ้างจึงจะเป็นฟ้อง เมื่อไม่ปฏิบัติตามย่อมถือไม่ได้ว่าเป็นฟ้องตามกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2550/2522 นายเหลือง นิ่มละออ โจทก์ นายโฮม ศรีสมัยกับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเหลือง นิ่มละออ · ล. - นายโฮม ศรีสมัยกับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมณเทียร ตู้จินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายดำรง แจ่มสุธี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา