⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2570/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2570/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่ครอบครองที่ดินมือเปล่าโดยสงบและโดยเปิดเผยจนพ้นกำหนดเวลาที่เจ้าของเดิมจะฟ้องร้องเอาคืนได้ ย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นดีกว่าเจ้าของเดิม

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ได้แย่งการครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าจากจำเลยจนพ้นระยะเวลาที่จำเลยมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเอาคืนแล้ว โจทก์ก็มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย ศาลอุทธรณ์จึงวินิจฉัยได้ว่าจำเลยมิได้ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้กำหนดประเด็นเรื่องนี้ไว้ก็ตาม และเมื่อโจทก์มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีชื่อคนอื่นเป็นเจ้าของ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์แจ้งขอรับเอกสารสิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า จำเลยคัดค้านว่าที่พิพาทเป็นของ ย. ซึ่งได้รับเอกสารสิทธิจากทางราชการแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติรับฟังได้ว่า เดิมที่พิพาททั้งสองแปลงเป็นที่ดินผืนเดียวกัน มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2488 ทางราชการตัดถนนผ่านที่ดินดังกล่าว ทำให้ที่พิพาทแบ่งออกเป็น 2 แปลง แปลงที่อยู่ทางทิศเหนือของถนนมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งานส่วนแปลงที่อยู่ทางทิศใต้มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ที่พิพาททั้ง 2 แปลงดังกล่าวเป็นที่ดินมือเปล่า และขณะนี้โจทก์เป็นผู้ครอบครองทำนามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518และได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตั้งแต่นั้นมา คดีนี้ปรากฏว่า ทั้งโจทก์และจำเลยต่างฎีกาขึ้นมาด้วยกันทั้งสองฝ่ายซึ่งศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยก่อน ที่จำเลยฎีกาขึ้นมาสารสำคัญว่า จำเลยยอมให้โจทก์เข้าทำนาในลักษณะเช่า แม้ไม่มีสัญญาเช่าก็ฟังได้ว่าโจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าซึ่งจำเลยไม่อาจบังคับคดีตามสิทธิการเช่าได้เท่านั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามคำให้การของจำเลยไม่ปรากฏว่าได้ให้โจทก์เช่าที่พิพาทแต่อย่างใด การที่จำเลยนำสืบว่าโจทก์เช่าที่พิพาทจากจำเลยจึงเป็นเรื่องนอกคำให้การ ทั้งปรากฏจากบันทึกถ้อยคำที่จำเลยเคยให้การไว้ต่อนายอำเภอพลเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม2520 ว่าโจทก์ได้เข้าทำประโยชน์ในปี 2518 โดยทำนาปลูกข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยเคยห้ามโจทก์ด้วยวาจาแล้วไม่ให้เข้าทำ เพราะที่ดินแปลงนี้มี น.ส.3 ของนายยิ่งยงแล้ว แต่โจทก์ยังฝ่าฝืนทำต่อมา อันแสดงให้เห็นว่าโจทก์เป็นฝ่ายแย่งการครอบครอง และเมื่อที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า การที่โจทก์เข้าครอบครองโดยเจตนาที่จะยึดถือเอาเป็นของตน ดังจะเห็นได้จากการที่โจทก์ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่เรื่อยมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 เมื่อจำเลยไม่ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปีนับตั้งแต่นั้น จึงหมดสิทธิที่จะฟ้องเอาที่พิพาทคืน ที่พิพาทจึงเป็นของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้สิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทจึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น จำเลยฎีกาต่อไปอีกว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยนอกประเด็นในส่วนที่วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี ทั้งศาลชั้นต้นก็มิได้กำหนดประเด็นในเรื่องนี้ไว้นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากที่ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเดิมที่พิพาทเป็นของนายยิ่งยง ดำรงชัย ซึ่งมอบอำนาจให้จำเลยดูแลรักษาแต่โจทก์ได้แย่งการครอบครองจากจำเลย จนพ้นระยะเวลาที่จำเลยมีสิทธิฟ้องเรียกร้องเอาที่พิพาทคืนแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยหาได้วินิจฉัยนอกประเด็นแต่อย่างใดไม่ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่พิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 สำหรับที่พิพาทอันจะทำให้มีเจ้าของถึง 2 เจ้าของพร้อม ๆ กันนั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทซึ่งมีน.ส.3 เป็นของนายยิ่งยง แต่โจทก์ได้แย่งการครอบครองจนมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นดังข้อฎีกาของโจทก์แต่อย่างใด" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2570/2522 นายก้อม บุตตะคาม โจทก์ นายเซียวปอ แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายก้อม บุตตะคาม · จำเลย - นายเซียวปอ แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · กุศล บุญยืน · สุวรรณพ กองวารี
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2341/2519ฎีกา 6856/2541ฎีกา 1971/2494ฎีกา 3188/2529ฎีกา 6039/2545ฎีกา 789/2515ฎีกา 364/2536ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 4982/2541ฎีกา 5445/2537ฎีกา 4404/2565ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 3643/2537ฎีกา 963/2544ฎีกา 3068/2539ฎีกา 2755/2565ฎีกา 2074/2529ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552ฎีกา 5606/2533ฎีกา 3492/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา