⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2614/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจนก่อให้เกิดความเสียหาย ถือเป็นการประมาท และหากมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้น จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464 มาตรา 72 บัญญัติว่า เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ 3 ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนน การที่จำเลยที่ 2 ไม่นำแผงมาปิดกั้นถนนขณะที่ขบวนรถไฟจะแล่นผ่านจึงเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ถือได้ว่าเป็นการประมาทอย่างร้ายแรง ถ้าหากปิดแผงกั้นถนนแล้ว รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ก็ไม่อาจขับผ่านเข้าไปถึงทางรถไฟจนเกิดเหตุชนกันได้ จำเลยที่ 2 มีส่วนประมาทมากกว่าโจทก์ที่ 1 ที่จำเลยที่ 3 อ้างว่าวันเกิดเหตุพนักงานรถไฟบางส่วนนัดหยุดงาน ไม่สามารถหาคนมาปฏิบัติงานให้ทันท่วงทีได้นั้น จะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิด โจทก์มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลที่ต้องรักษาต่อที่บ้าน ค่าทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และค่าที่ต้องทนทุกข์เวทนาที่ได้รับจากการละเมิดของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.422 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.446 พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยากัน โจทก์ที่ ๒ เป็นเจ้าของรถยนต์ส่วนบุคคลหมายเลขทะเบียน ก.ท.อ-๔๙๙๔ ราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์ที่ ๑ ใช้ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๓ โจทก์ที่ ๑ ขับรถยนต์ดังกล่าวไปตามถนนคลองตัน - หัวหมาก ผ่านข้ามทางรถไฟซึ่งมิได้มีแผงกั้นปิดกั้นถนนอันแสดงว่าขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยจำเลยที่ ๒ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ จำเลยที่ ๑ ขับรถไฟโดยประมาทผ่านมาด้วยความเร็วสูง ไม่หยุดขบวนรถเมื่อไม่ได้รับสัญญาณอนุญาตให้ผ่าน เป็นการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับและระเบียบการเดินรถของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นเหตุให้รถไฟขบวนนั้นชนรถยนต์ของโจทก์ที่ ๒ เสียหายทั้งคันซ่อมไม่ได้ เป็นค่าเสียหาย ๑๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์ที่ ๑ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เสียค่ายา ค่ารักษา ๑๕,๐๐๐ บาท จะต้องเสียเงินทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า ๑๐,๐๐๐ บาท และได้รับความทุกข์ทรมานจากบาดเจ็บ ๒๐,๐๐๐ บาท ค่ารถยนต์แท็กซี่ไปทำงาน ๑๐ เดือน เป็นเงิน ๔๕,๐๐๐ บาท รวมค่าเสียหายของโจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้ทำการดังกล่าวในทางการที่จ้างจำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๑ เป็นจำนวนเงิน ๙๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความระมัดระวังมิได้ประมาท เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มิได้กระทำการโดยประมาท เหตุเกิดเพราะความประมาทของโจทก์ที่ ๑ เป็นเหตุให้รถยนต์นั้นชนกับขบวนรถไฟ ทำให้รถจักรดีเซลของจำเลยเสียหายคิดเป็นเงิน ๕๕๒ บาท ค่าเสียหายของโจทก์ตามฟ้องไม่เป็นความจริง ขอให้ยกฟ้องและให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหาย ๕๕๒ บาท แก่จำเลยที่ ๓ ฯลฯ โจทก์ที่ ๑ ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ที่ ๑ มิได้ประมาท ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๒ กระทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสองให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๑ รวมเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท และใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ฯลฯ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ต่างมีส่วนก่อให้เกิดความประมาทด้วยกัน แต่จำเลยที่ ๒ มีส่วนผิดมากกว่า ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดสามในสี่ส่วน โจทก์ที่ ๑ รับผิดหนึ่งในสี่ส่วน ส่วนค่าเสียหายของโจทก์ทั้งสองเหมาะสมแล้ว พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๗,๕๐๐ บาท แต่ให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดเพียง ๗,๓๖๒ บาท (หักเงิน ๑๓๘ บาท อันเป็นส่วนที่โจทก์ที่ ๑ จะต้องชดใช้จำเลยที่ ๓ ออกแล้ว) และร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๑๑๒,๕๐๐ บาท ฯลฯ จำเลยที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า บริเวณที่เกิดเหตุมีทางรถไฟตัดผ่านถนนสายคลองตัน - หัวหมาก บริเวณที่ตัดกันนี้มีแผงกั้นถนน ของรถไฟ โดยมีจำเลยที่ ๒ เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๓ เป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปิดกั้นเมื่อมีขบวนรถไฟแล่นผ่าน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ ละทิ้งหน้าที่ไป เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช ๒๔๖๔ มาตรา ๗๒ บังคับไว้ว่า ทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับ ให้ทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่โดยตรงของจำเลยที่ ๓ ต้องป้องกันภัยในการที่จะเดินรถไฟตัดผ่านถนนการที่จำเลยที่ ๒ ไม่นำแผงมาปิดกั้นถนนขณะที่ขบวนรถไฟจะแล่นผ่านจึงเป็นการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ถือได้ว่าเป็นการประมาทอย่างร้ายแรง ถ้าหากจำเลยที่ ๒ หรือพนักงานของจำเลยที่ ๓ ปิดแผงกั้นถนนตามหน้าที่แล้ว รถยนต์โจทก์ที่ ๑ ขับก็ไม่อาจผ่านเข้าไปถึงทางรถไฟจนเกิดเหตุนี้ได้ การที่พนักงานของจำเลยที่ ๓ ไม่ปิดกั้นเช่นนี้ทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เข้าใจว่าไม่มีขบวนรถไฟแล่นผ่าน กรณีเช่นนี้ถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ มีส่วนประมาทมากกว่าโจทก์ที่ ๑ ที่จำเลยที่ ๓ อ้างว่าในวันเกิดเหตุพนักงานรถไฟบางส่วนนัดหยุดงาน ไม่สามารถหาคนมาปฏิบัติงานให้ทันท่วงทีนั้น จะถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยตามที่จำเลยที่ ๓ อ้างไม่ได้ จำเลยที่ ๓ จึงต้องร่วมรับผิด และศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่ ๑ มีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลที่ต้องรักษาต่อที่บ้าน ค่าทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและค่าที่ต้องทนทุกข์เวทนาที่ได้รับจากการละเมิดของจำเลยได้ ฯลฯ พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2522 พันตำรวจตรีทวี ทิพยรัตน์ กับพวก โจทก์ นายสุนทร มาฆะบูชา กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันตำรวจตรีทวี ทิพยรัตน์ กับพวก · ล. - นายสุนทร มาฆะบูชา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมชัย ทรัพยวณิช · แต่ง ทองภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอาจ ปัญญาดิลก · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา