⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2687/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคิดดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ย่อมตกเป็นโมฆะ แต่การคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินที่กฎหมายกำหนดไม่เป็นโมฆะ.

ย่อคำพิพากษา

สัญญากู้กล่าวถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้สองข้อคือ ข้อ 2. ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือนนับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป และข้อ 5. ว่าถ้าหากผิดสัญญาชำระดอกเบี้ยผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ด้วย ดังนี้ ข้อสัญญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 เฉพาะการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ข้อ 5 เท่านั้น แต่การคิดดอกเบี้ยตามข้อ 2 ไม่เป็นโมฆะ เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แม้มาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติให้เรียกดอกเบี้ยค้างส่งได้ภายในกำหนดห้าปี แต่ปรากฏว่าในคำให้การของจำเลยมิได้ยกเรื่องอายุความขึ้นสู้ไว้ ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.193 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.655

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทกไป ๑๗,๐๐๐ บาท ยอมให้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน หรือร้อยละ ๑๕ ต่อปี ถ้าหากจำเลยผิดนัดผิดสัญญาชำระดอกเบี้ย จำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยที่ค้างทบต้นได้อีกด้วย ปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือสัญญากู้ท้ายฟ้อง ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ยอมชำระ จำเลยคงค้างต้นเงินและดอกเบี้ยคิดทบต้นจากวันกู้ถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๙ จำนวน ๕๘,๖๕๑.๘๖ บาท รวมเป็นเงิน ๗๕,๖๕๑.๘๖ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๗๕,๖๕๑,.๘๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยยืมเงินใดๆ จากโจทก์เลย สัญญากู้ไม่เป็นความจริงและไม่ใช่ลายมือของจำเลย ทั้งสัญญากู้ทั้งข้อ ๕. ให้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ก็เป็นโมฆะโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอต่อสู้เพียงข้อเดียวว่าข้อความในสัญญากู้ข้อ ๕. ที่ว่าผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้เป็นโมฆะเพราะขัดต่อกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยทบต้นจากจำเลยได้ ทนายโจทก์และทนายจำเลยแถลงไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๐๙ ซึ่งเป็นวันที่จำเลยกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๑ จนถึงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ คิดเป็นเงิน ๒๒,๑๐๐ บาทแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๑๗,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินแก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญากู้ท้ายฟ้องกล่าวถึงเรื่องดอกเบี้ยไว้ ๒ ข้อ คือในข้อ ๒. และข้อ ๕. ความในข้อ ๒. มีว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยแก่ผู้ให้กู้ชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป และยอมชำระดอกเบี้ยภายในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๑๐ และความในข้อ ๕ มีว่าถ้าหากผิดสัญญาชำระดอกเบี้ยผู้กู้ยอมให้ผู้ให้กู้คิดดอกเบี้ยทบต้นได้ด้วย ดังนี้ เห็นได้ว่าข้อสัญญาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๕ เฉพาะการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามสัญญากู้ข้อ ๕ เท่านั้น แต่การคิดดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒ หาต้องห้ามหรือเป็นโมฆะไม่ เพราะเป็นการคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด เพราะก่อนที่จะผ่านไปถึงการคิดดอกเบี้ยทบต้นตามข้อ ๕. จำเลยได้ปฏิบัติผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒. ก่อน จึงถือได้ว่าโจทก์ได้เรียกดอกเบี้ยตามสัญญากู้ข้อ ๒ ด้วย โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยอย่างธรรมดาตามสัญญากู้ข้อ ๒ ได้ ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์จะเรียกดอกเบี้ยที่ค้างชำระเกินกว่าห้าปีไม่ได้ เพระขัดต่อกฎหมายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าถึงแม้มาตรา ๑๖๖ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้บัญญัติให้เรียกดอกเบี้ยค้างส่งได้ภายในกำหนดห้าปีแต่ปรากฏว่าในคำให้การของจำเลยมิได้ยกเรื่องอายุความขึ้นต่อสู้ไว้ ศาลจะหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687/2522 นายท้ง แซ่จึง โจทก์ นายสุมิตร สิทธิประเสริฐ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายท้ง แซ่จึง · ล. - นายสุมิตร สิทธิประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สันติ์ ธีรนิติ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ สังขนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5291/2540ฎีกา 5210/2539ฎีกา 3518/2524ฎีกา 7287/2539ฎีกา 1890/2524ฎีกา 6236/2551ฎีกา 570/2549ฎีกา 1042/2531ฎีกา 4846/2542ฎีกา 1862/2518ฎีกา 5852/2531ฎีกา 1462/2565ฎีกา 1446/2512ฎีกา 5879/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1364/2514ฎีกา 170/2546ฎีกา 3414/2541ฎีกา 425/2520ฎีกา 7649/2538ฎีกา 10588/2551ฎีกา 3191/2547ฎีกา 2133/2531ฎีกา 1003/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา