⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2789/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2789/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงที่ให้สิทธิแก่ผู้ขายฝากในการซื้อทรัพย์สินคืนหลังจากที่ทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิแก่ผู้รับซื้อฝากแล้ว ถือเป็นการขยายระยะเวลาไถ่ทรัพย์สิน ต้องห้ามตามกฎหมายและเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินไว้กับจำเลยในราคา 70,000 บาท กำหนดไถ่คืนใน 1 ปี ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนโจทก์กับจำเลยตกลงกันว่า ถ้าที่ดินหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว หากโจทก์ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่จำเลย จำเลยยอมให้โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวคืนในราคา 70,000 บาท โจทก์ได้ชำระดอกเบี้ยให้จำเลยแล้วแต่จำเลยไม่ยอมให้ซื้อที่ดินคืน ดังนี้ แม้จะจริงดังที่โจทก์อ้าง ข้อตกลงดังกล่าวก็เป็นโมฆะ เพราะเท่ากับเป็นการขยายไถ่ทรัพย์สิน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 496 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยให้ขายที่ดินคืนแก่โจทก์ตามข้อตกลงนั้น ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเมื่อศาลเห็นสมควรก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.496

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ขายฝากที่ดิน ๓ โฉนดไว้กับจำเลยในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท ซึ่งโจทก์ได้รับเงินไปจริง ๖๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๑๔,๔๐๐ บาท ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนจำเลยตกลงกับโจทก์ว่า หากโจทก์เสียดอกเบี้ยนั้นให้จำเลย จำเลยยอมให้โจทก์ซื้อคืนในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมให้โจทก์ซื้อที่ดินคืน ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การว่าได้รับซื้อฝากที่ดินไว้ตามฟ้อง ได้ชำระเงินให้โจทก์ ๗๐,๐๐๐ บาท ไม่เคยตกลงให้โจทก์เสียดอกเบี้ยหรือให้ไถ่ที่ดินคืน ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า ข้อตกลงให้ซื้อที่ดินคืนนั้นเท่ากับเป็นการขยายกำหนดวเลาไถ่ทรัพย์สินขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๖ เป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าโจทก์ทำสัญยาขายฝากที่ดินไว้กับจำเลยมีกำหนดเวลาไถ่ ๑ ปี แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ตามที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่า ก่อนครบกำหนดวเลาไถ่ถอนโจทก์กับจำเลยได้ตกลงกันว่าถ้าการขายฝากที่ดินทั้งสามแปลงหลุดเป็นสิทธิแก่จำเลยแล้ว จำเลยยินยอมให้โจทก์ซื้อที่ดินทั้งสามแปลงคืนในราคา ๗๐,๐๐๐ บาท หากโจทก์ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่จำเลยก็ตาม ข้อตกลงที่ให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่ดินที่ขายฝากคืนได้นี้ ย่อมมีผลเช่นเดียวกับให้โจทก์มีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากคืนได้แม้จะพ้นกำหนดเวลาไถ่ ๑ ปี ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาขายฝาก ซึ่งเท่ากับเป็นการขยายกำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๙๖ ข้อตกลงจึงเป็นโมฆะปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลเห็นสมควรก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ ฉะนั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอบังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินคืนตามข้อตกลงดังกล่าวได้ และเมื่อคดีพอวินิจฉัยได้ก็ไม่จำต้องสืบพยาน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2789/2522 นางถนอม ก้อนทอง โจทก์ นางสายพิณ พลอินทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางถนอม ก้อนทอง · ล. - นางสายพิณ พลอินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายเสงี่ยม คชาธาร · ศาลอุทธรณ์ - นายพลจิตต์ ดียืน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา