คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2522
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อทรัพย์สินจากผู้ที่ไม่มีสิทธิจะขาย ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นหากซื้อมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงจะชดใช้ราคาที่ผู้ซื้อได้เสียไป
ย่อคำพิพากษา
แม้จะปรากฏว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลย แต่ผู้ร้องได้ซื้อมาโดยสุจริตในท้องตลาด ผู้ร้องไม่จำต้องคืนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริง เว้นแต่โจทก์จะชดใช้ราคาที่ซื้อมา ซึ่งเป็นสิทธิอย่างหนึ่งที่ผู้ร้องได้รัยความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ดังกล่าวโดยไม่ชดใช้ราคาที่ผู้ร้องซื้อมาไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ขอให้ชำระเงินค่าเช่าซื้อ และขอให้ยึดรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ล.บ. ๐๗๓๗๑ โดยอ้างว่าเป็นของจำเลยไว้ในระหว่างพิจารณาในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์พร้อมด้วยทรัพย์สินที่ติดอยู่กับรถยนต์
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดไว้ดังกล่าวโดยอ้างว่าไม่ใช่ของโจทก์หรือจำเลย แต่เป็นของผู้ร้องซื้อไว้โดยสุจริตจากร้านค้ามีชื่อในท้องตลาดและได้จดทะเบียนสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด
โจทก์ให้การว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไม่ใช่ของผู้ร้อง แต่เป็นของโจทก์ให้จำเลยเช่าซื้อไป จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์จึงฟ้องเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างและค่าเสียหาย นายชอป่าไม่ใช่เจ้าของรถยนต์จึงไม่มีสิทธิมอบอำนาจให้โอนกรรมสิทธิ์ และไม่สุจริต เป็นโมฆะ ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท พิพากษาให้ถอนการยึด
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าซื้อรถยนต์พิพาท โดยมีข้อสัญญาว่าถ้าจำเลยชำระเงินไม่ครบจะนำรถยนต์ไปขายไม่ได้ โจทก์นำเช็คที่จำเลยชำระหนี้ค่ารถยนต์ไปรับเงินไม่ได้ ๓ ฉบับ ผู้ร้องได้ซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตจากร้านขายรถยนต์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นท้องตลาดรถยนต์ และในใบอนุญาตทะเบียนรถยนต์นายทะเบียนก็ได้โอนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของแล้ว แล้ววินิจฉัยว่าเมื่อปรากฏว่าทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ของจำเลย แต่ผู้ร้องซื้อมาโดยสุจริตในท้องตลาด ผู้ร้องไม่จำต้องคืนให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงเว้นแต่จะชดใช้ราคาที่ซื้อมา ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๒ ซึ่งเป็นสิทธอย่างหนึ่งที่ผู้ร้องได้รับความคุ้มครองตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ที่พิพาทโดยไม่ชดใช้ราคาที่ผู้ร้องซื้อมาไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2922/2522
ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาการขอนแก่นขนส่ง โดยนายสังคม ทวีคูณ ผู้รับมอบ
อำนาจ โจทก์
สิบเอกจวง เจ้ากรมทอง ผู้ร้องขัดทรัพย์
นายสวิง สุภาจรูญ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้รับมอบ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาการขอนแก่นขนส่ง โดยนายสังคม ทวีคูณ · โจทก์ - อำนาจ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - สิบเอกจวง เจ้ากรมทอง · ล. - นายสวิง สุภาจรูญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายอุดมศักดิ์ อภิวัฒน์อุดมคุณ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา