⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3366/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3366/2522

ป.พ.พ. ม.368, 374, 867 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าซื้อให้ผู้อื่นเช่ารถยนต์ที่เอาประกันภัยไป ไม่ถือเป็นการโอนวัตถุที่เอาประกันภัยตามกฎหมาย ผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์จึงมีสิทธิฟ้องผู้รับประกันภัยได้เมื่อเกิดความเสียหายตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ย่อคำพิพากษา

รถยนต์ของโจทก์ ผู้เช่าซื้อเอาประกันภัยโดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ ผู้เช่าซื้อให้ผู้อื่นเช่ารถไป ไม่เป็นการโอนวัตถุที่เอาประกันภัยตาม มาตรา 875 รถถูกลักเป็นภัยตามกรมธรรม์ โจทก์ฟ้องผู้รับประกันภัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.875 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.867 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.875 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย45,791 บาทกับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จำนวนเงินเป็น 72,791 บาทจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาเป็นข้อแรกว่า นางนิผู้เอาประกันภัยได้นำรถยนต์คันที่เอาประกันภัยไปให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาคาร์เร้นท์ครอบครองและให้บุคคลภายนอกเช่าไป นางนิไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบการโอนการครอบครองรถและช่องแห่งการเสี่ยงภัยเพิ่มมากขึ้น สัญญาประกันภัยจึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า จำเลยคงมุ่งหมายจะอ้างมาตรา 875 ดังที่เคยอ้างมาแล้วในอุทธรณ์ หากแต่พิม์เลขมาตราผิดไปมาตรา 875 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้าในสัญญามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อผู้เอาประกันภัยโอนวัตถุที่เอาประกันภัย และบอกกล่าวการโอนไปยังผู้รับประกันภัยไซร้ ท่านว่าสิทธิอันมีอยู่ในสัญญาประกันภัยนั้นย่อมโอนตามไปด้วย อนึ่ง ถ้าในการโอนเช่นนี้ช่องแห่งภัยเปลี่ยนแปลงไปหรือเพิ่มขึ้นหนักไซร้ ท่านว่าสัญญาประกันภัยนั้นกลายเป็นโมฆะ" แต่ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ได้ความว่านางนิ อัศวฤทธิรงค์ ได้เช่าซื้อรถยนต์คันที่เป็นมูลกรณีพิพาทนี้จากโจทก์ และได้เอาประกันภัยรถคันนี้ไว้กับจำเลย โดยระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ แล้วนางนิอัศวฤทธิรงศ์ ได้นำรถคันนี้ไปมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาคาร์เร้นท์จัดการให้เช่าเพราะไม่มีข้อห้ามในกรมธรรม์ประกันภัย ต่อมารถถูกลักไปในระหว่างที่มีผู้เช่าไปใช้ ดังนี้จะเห็นได้ว่านางนิ อัศวฤทธิรงค์ มิได้โอนรถซึ่งเป็นวัตถุที่เอาประกันภัยให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนาคาร์เร้นท์เลย นางนิ อัศวฤทธิรงค์ มีส่วนได้เสียในฐานะผู้เช่าซื้อรถคันนี้อยู่อย่างไร ก็ยังคงเป็นอยู่อย่างนั้น เมื่อผู้เอาประกันภัยไม่ได้โอนวัตถุที่เอาประกันภัยแล้ว กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 875 วรรคสอง สัญญาประกันภัยรายพิพาทไม่กลายเป็นโมฆะ" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3366/2522 บ.จ.ก. อินเตอร์เนชั่นแนล ทรัสท์ แอนด์ไฟแนนซ์ โจทก์ บ.จ.ก. ธนกิจประกันภัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บ.จ.ก. อินเตอร์เนชั่นแนล ทรัสท์ แอนด์ไฟแนนซ์ · จำเลย - บ.จ.ก. ธนกิจประกันภัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2571/2529ฎีกา 988/2533ฎีกา 591/2531ฎีกา 4244/2539ฎีกา 2923/2525ฎีกา 5459/2537ฎีกา 231/2482ฎีกา 5470/2537ฎีกา 2501/2526ฎีกา 9487/2558ฎีกา 4590/2553ฎีกา 3760/2533ฎีกา 3295/2533ฎีกา 1084/2539ฎีกา 12104/2547ฎีกา 1002/2509ฎีกา 1037/2540ฎีกา 2794/2526ฎีกา 588/2557ฎีกา 762/2520ฎีกา 100/2540ฎีกา 372/2519ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2431/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา